45 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “ชา”

45 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “ชา” อีกหนึ่งเครื่องดื่มยอดนิยมที่ใครๆก็ดื่มกัน พูดได้เลยว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักเครื่องดื่มชนิดนี้แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีอีกหลายเรื่องของ “ชา” ที่ท่านผู้อ่านอาจจะไม่เคยทราบมาก่อน ไปอ่านกันเลยจ้า

45 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “ชา”

1.โลกนี้มีใบชาประมาณ 1,500 ชนิด

2.มีคำสำหรับเรียกชาอยู่เพียงสองคำเท่านั้นคือ tea (ออกเสียงว่า ที) และ cha (ซึ่งออกเสียงว่าชา) สองคำนี้มีที่มาจากประเทศจีน แต่คำว่า “ที” นั้นมาจากภาษาจีนโบราณ เพราะงั้นประเทศไหนที่เรียกชาว่าที (tea) ก็เดาได้เลยว่าเป็นประเทศกลุ่มแรกๆที่เริ่มรู้จักใบชา

3.ชาเป็นเครื่องดื่มประจำชาติของประเทศอิหร่าน และ อัฟกานิสถาน

4.ชาวรัสเซียเริ่มดื่มชากันในศตวรรษที่ 17 แต่ว่าช่วงนั้นชามีราคาแพงมากกว่าจะกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมก็ราวๆศตวรรษที่ 19 นู่น

5.ภาชนะที่นิยมใส่ชาของรัสเซียมีชื่อว่า “Samovar” มีรูปทรงและหน้าตาที่สวยงาม ถูกสร้างโดยใช้โลหะเป็นหลักจึงสามารถเก็บน้ำชาให้ยังคงมีความร้อนได้นานเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว อยากเห็นรูปค้นในกูเกิ้ลได้เลย

6.ประเทศไอร์แลนด์คือประเทศที่มีอัตราส่วนคนที่นิยมดื่มชาสูงสุดเป็นอันดับ 1 ส่วนอันดับที่ 2 คือประเทศอังกฤษ

7.ประเทศจีนคือผู้ผลิตใบชารายใหญ่ที่สุดของโลก

8.ในปี ค.ศ.2009 ประเทศจีนผลิตใบชาจำนวน 1,359,000 ตัน ส่วนประเทศอินเดียตามมาเป็นอันดับที่สองคือผลิตได้ 979,000 ตัน

9.เมื่อประมาณมากกว่า 2 พันปีก่อนคริสตกาล จักรพรรดิองค์หนึ่งทรงพระนามว่า “เสินหนง” ของประเทศจีนค้นพบการดื่มชาโดยบังเอิญ เพราะมีใบชาหล่นลงในน้ำร้อนที่พระองค์ทรงกำลังต้มอยู่

10.จักรพรรดิเสินหนงทรงมีฉายาว่า “Divine Healer” หรือ บิดาแห่งแพทย์ศาสตร์ ทรงสะสมศึกษาความรู้เรื่องสมุนไพรไว้รักษาคนเยอะมากๆ

Continue reading →

50 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “ไวน์”

50 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “ไวน์” ยังมีอีกมากมายหลายเรื่องที่เราไม่รู้มาก่อนเกี่ยวกับไวน์ คราวนี้แปลข้อมูลมาให้อ่านกันอย่างจุใจเอาไปเต็มๆ 50 ข้อ หลายข้อถูกแปลที่นี่ที่แรกแน่นอนจ้า

50 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “ไวน์”

1.กลิ่นไวน์อ่อนฝรั่งจะเรียกว่า “aroma” ส่วนกลิ่นไวน์แก่ ฝรั่งเรียก “bouquet”

2.สีไวน์แดงมาจากผิวขององุ่นซึ่งเป็นผลจากกระบวนการหมักไวน์นั่นเอง

3.ผลงานวิจัยพบว่าการดื่มไวน์แต่พอดีจะช่วยลดโอกาสเป็นโรคหัวใจได้

4.ถึงแม้ว่าจะลดโอกาสเป็นโรคหัวใจแต่ “ไวน์” ก็เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคชนิดอื่นๆแทน เช่น มะเร็ง เป็นต้น แต่ว่าเพิ่มไม่มากนะครับ

5.ในซอสถั่วเหลืองมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าในไวน์ 10 เท่า

6.ไวน์แดงมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าไวน์ขาว

7.มีการขุดเจอขวดไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ประเทศเยอรมนี

8.แคลิฟอร์เนีย , นิวยอร์ก และ ฟลอริด้า คือ 3 รัฐที่มีการบริโภคไวน์มากที่สุดในประเทศอเมริกา

9.เฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนีย แค่รัฐเดียวก็เป็นแหล่งผลิตไวน์อันดับที่ 4 ของโลกแล้ว

10.แหล่งผลิตไวน์ 3 อันดับแรกคือ ฝรั่งเศส , อิตาลี , สเปน

Continue reading →

45 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “กาแฟ”

45 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “กาแฟ” รวมเกร็ดความรู้มากมาย เรื่องราวทั้งในปัจจุบันและในประวัติศาสตร์ของกาแฟ เครื่องดื่มยอดนิยมของคนทำงาน ยังมีอีกหลายเรื่องที่ท่านทั้งหลายยังไม่เคยทราบมาก่อนแน่นอน แปลที่นี่ที่แรกจ้า

45 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “กาแฟ”

1.กาแฟถูกค้นพบในประเทศเอธิโอเปียในช่วงศตวรรษที่ 9 โดยชายเลี้ยงแพะชื่อว่า Khaldi สังเกตุได้ว่า แพะที่กินเมล็ดกาแฟจะมีอาการกระปรี้กระเปร่ากว่าตัวอื่นๆก็เลยลองเก็บมากินดูบ้าง เค้าคือมนุษย์คนแรกที่กินกาแฟ ต่อมา Khaldi ก้เอาเมล็ดกาแฟไปให้กับผู้สอนศาสนามุสลิมคนนึง ผู้สอนศาสนามุสลิมคนนั้นก็เลยลองเอามาทำให้เป็นเครื่องดื่มในที่สุด

2.หลังจากที่การดื่มกาแฟถูกคิดขึ้นเป็นครั้งแรก ต้องใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าจะกลายเป็นเครื่องดื่มที่รู้จักกันทั่วโลก

3.ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว ที่ประเทศเยเมนและประเทศซาอุดีอาระเบีย กาแฟถูกมองว่าเป็นยาชูกำลังสมองและจะดื่มกันเมื่อแพทย์บอกให้ดื่มเท่านั้น

4.ประเทศแรกที่เริ่มเพาะปลูกต้นกาแฟคือประเทศอาหรับ

5.ในปี 2011 มีงานวิจัยชิ้นนึงพบว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้ว จะช่วยเพิ่มอัตราการป้องกันไม่ให้มีความรู้สึกหดหู่เพิ่มขึ้น 15%

6.ในแต่ละปีจะมีคนดื่มกาแฟปีละมากกว่า 500 พันล้านแก้ว

7.ที่ทวีปอเมริกาเหนือมีแหล่งปลูกกาแฟแค่ 2 แห่งเท่านั้นคือ ฮาวาย และ หมู่เกาะ Puerto Rico (เปอร์โตริโก)

8.ร้านกาแฟร้านแรกของโลกเปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ.1475 ที่เมือง คอนสแตนติโนเปิล

9.ในปี ค.ศ.1511 ผู้ว่าราชการจังหวัดของเมือง Mecca ในประเทศซาอุดิอาระเบีย สั่งแบนไม่ให้ประชาชนดื่มกาแฟ เพราะกลัวว่ามันจะทำให้ทุกคนกล้าต่อต้านอำนาจของเขา จนเป็นเหตุให้สุลต่านสั่งประหารเขาในที่สุด

10.ในปี ค.ศ.1600 กาแฟถูกนำเข้าจากซาอุดิอาระเบียไปยังทวีปยุโรป ผ่านทางเมืองเวนิส

Continue reading →

50 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ประธานาธิบดีของอเมริกา

50 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ประธานาธิบดีของอเมริกา รวมเกร็ดความรู้เรื่องราว มีหลายเรื่องตั้งแต่เรื่องชู้สาวไปจนถึงการลอบสังหารประธานาธิบดีแต่ละคน รับรองอ่านแล้วสนุกแถมยังได้ความรู้อีกด้วยนะ

50 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ประธานาธิบดีของอเมริกา

1.จอร์จ วอชิงตัน คือ ประธานาธิบดีของอเมริกาเพียงคนเดียวที่ได้รับการเลือกตั้งอย่างเป็นเอกฉันท์

2.โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ คือ ประธานาธิบดีเพียงคนเดียว ที่เคยทำงานรับหน้าที่ประหารนักโทษด้วยการแขวนคอ

3.ตัวอักษร S ซึ่งเป็นชื่อกลางของประธานาธิบดี Harry S Truman ไม่มีความหมาย

4.ของเล่น Lincoln Logs (บ้านแบบประกอบได้) ถูกตั้งชื่อโดยเอาชื่อประธานาธิบดี อับราฮัม ลินคอล์น มาผสมกับคำว่า “log cabin (บ้านไม้ที่มันเป็นท่อนซุงอะเห็นได้ตามรีสอร์ท)”

5.ประธานาธิบดี ทอมัส เจฟเฟอร์สัน และ จอห์น แอดัมส์ เคยไปเที่ยวเยี่ยมชมบ้านเกิดของ วิลเลียม เชกสเปียร์ แถมยังใช้มีดไปแกะเอาเศษไม้จากเก้าอี้ตัวนึงของ วิลเลียม เชกสเปียร์ กลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

6.ทอมัส เจฟเฟอร์สัน และ เจมส์ แมดิสัน เคยโดนจับพร้อมกันในข้อหาขับรถม้าเล่นกันในรัฐแห่งหนึ่ง (ซึ่งมีกฎหมายห้ามขับรถม้าในวันอาทิตย์)

7.แอนดรูว์ จอห์นสัน คือประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเพียงคนเดียวที่เคยเป็นช่างตัดเสื้อมาก่อน

8.จอร์จ วอชิงตัน ไม่เคยใช้ทำเนียบขาวเป็นบ้านที่อยู่อาศัยเลยแม้แต่วันเดียว

9.เจมส์ เอ. การ์ฟีลด์ คือประธานาธิบดีคนแรกที่ได้ใช้โทรศัพท์ นอกนั้นเขายังเคยคุยกับ อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ (นักประดิษฐ์) ผ่านทางโทรศัทพ์อีก้วย

10.วาร์เรน จี. ฮาร์ดิง ประธานาธิบดีคนที่ 29 ของอเมริกา มักจะพาเลขาสาวชื่อ Nan Britton ไปกุ๊กกิ๊กด้วยกันในตู้เสื้อผ้าในทำเนียบขาว และมีอยู่ครั้งนึงที่พวกเจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันหยุดภรรยาของเขาไม่ให้ทุบตู้เสื้อผ้าทิ้ง

Continue reading →

32 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “มังสวิรัติ” มีหลายข้อที่คุณไม่เคยรู้แน่ๆ

32 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “มังสวิรัติ” มีหลายข้อที่คุณไม่เคยรู้แน่ๆ อยากให้ลองได้อ่านกันแล้วจะพบว่ามีเรื่องน่าทึ่งของการกินมังสวิรัติอยู่ด้วย มันป้องกันโรคร้ายได้จริงๆนะ ใครรู้ตัวว่าสุขภาพไม่ดีหรือต้องการดูแลสุขภาพต้องอ่านบทความนี้ให้ได้

32 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “มังสวิรัติ”

1.งานวิจัยพบว่าการกินแต่ผักนั้นสามารถเร่งอัตราการเผาผลาญแคลอรี่ได้เร็วขึ้น 16%

2.งานวิจัยยังพบว่าถึงแม้ว่ากระเพราะอาหารของเราจะสามารถย่อยเนื้อสัตว์ได้แต่ที่จริงแล้วมนุษย์ถูกธรรมชาติออกแบบมาให้กินพืชนะ

3.ชมรมมังสวิรัติแห่งแรกถูกก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ.1847 เป้าหมายขึ้นสอนคนว่าเราสามารถสุขภาพดีได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์

4.ปี ค.ศ. 2012 สภาเทศบาลเมืองของลอสแองเจลิส มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติ โครงการงดกินเนื้อทุกวันจันทร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการระดับชาติ ลดการกินเนื้อเพื่อรักษาสุขภาพ

5.โดยเฉลี่ยแล้วคนอเมริกันกินเนื้อคนละ 222 ปอนด์ต่อปี

6.นักวิจัยบางคนบอกว่าการกินมังสวิรัติจะช่วยเพิ่มปริมาณอาหารให้กับทุกคนมากขึ้น เพราะที่ดิน 1 เอเคอร์สามารถใช้ผลิตมันฝรั่งได้ประมาณ 20,000 ปอนด์ แต่ถ้าเอามาเลี้ยงปศุสัตว์มันจะผลิตเนื้อได้เพียง 165 ปอนด์เท่านั้น

7.การกินมังสวิรัติมีหลายประเภท พวกที่เคร่งครัดแบบสุดๆจะไม่กินเนื้อสัตว์และไม่กินผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์เลยแม้แต่น้ำผึ้งก็ไม่กิน (พวกที่เคร่งที่สุดเรียกว่าเป็นอังกฤษว่า Vegan) ส่วนพวกที่เหลืออาจจะแค่ไม่กินเนื้อสัตว์เฉยๆ แต่ยังดื่มนมและกินไข่ (ไข่ไก่นะไม่ใช่ไข่คน) เป็นต้น

8.แค่น้ำ 25 แกลลอนก็ผลิตข้าวสาลีได้ 1 ปอนด์แล้ว แต่ต้องใช้น้ำ 2,500 แกลลอนเพื่อเลี้ยงสัตว์ให้ได้เนื้อ 1 ปอนด์

9.มังสวิรัติ ถือกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย

10.คน 70% จากจำนวนคนทั้งหมดในโลกที่กินมังสวิรัติก็คือคนอินเดียนี่ล่ะ

Continue reading →

30 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “โยคะ”

30 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “โยคะ” มีอยู่หลายข้อที่จะทำให้คุณร้อง โอว… โอว… โอว… ซีดส์… แน่นอนรับรองได้ความรู้เรื่อง “โยคะ” ที่อาจจะยังไม่เคยได้อ่านที่ไหนแน่นอนจ้า โอว… โอว… โอว…

30 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “โยคะ”

1.คำว่า “โยคะ” นั้นมีความหมายภาษาสันสกฤตว่า “รวมเข้าด้วยกัน”

2.ในปี ค.ศ.2008 มีผลสำรวจทางการตลาดพบว่ามีคนอเมริกันหันมาเล่นโยคะแล้วมากถึง 16 ล้านคน ธุรกิจสอนโยคะถือเป็นมูลค่าการตลาดทั้งหมด 5.7 พันล้านดอลล่าร์ต่อปี

3.ดาวตลกชื่อ Aaron Star สอนโยคะนู๊ด อยู่ที่ Chelsea studio เปิดรับสอนเฉพาะผู้ชายเท่านั้น มีการตั้งกฎด้วยว่าในระหว่างฝึกสอนห้ามใครจูบกันและก็ห้ามจับจู๋ว์ด้วยนะ โอว… โอว… โอว… ซีดส์…

4.โยคะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไปถึงจุดสุดยอดได้ดียิ่งขึ้นด้วยนะ ให้ผลดีเหมือนการออกกำลังกายแบบ Kegel Exercises น่ะ โอว… โอว… โอว… ซีดส์…

5.Pierre Bernard คือคนแรกที่เปิดสอนโยคะในประเทศอเมริกา

6.ผลการวิจัยในประเทศอินเดียพบว่าการฝึกโยคะช่วยลดอาการหลั่งเร็วได้ด้วยนะ โอว… โอว… โอว… ซีดส์…

7.ในปี 2006 ที่อเมริกามีรายงานคนที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นโยคะมากถึง 4,450 รายเลยทีเดียว โอว…

8.โยคะถูกยกให้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกาภิวัตน์เลยนะ

9.นักวิชาการหลายคนยกให้โยคะเป็นเครื่องมีต่อต้านโรคร้ายต่างๆและช่วยชะลอวัย

10.โยคะท่านั่งดอกบัว เป็นท่าที่พระพุทธเจ้าทรงใช้ในการนั่งอยู่เป็นประจำ

Continue reading →

32 เรื่องน่ารู้ของการ “จูบ”

32 เรื่องน่ารู้ของการ “จูบ” รวมเรื่องน่าสนใจมากมายเกี่ยวกับการจูบที่หลายข้อท่านทั้งหลายก็ยังไม่เคยได้อ่านที่ไหนมาก่อนแน่นอน มีหลายข้อที่ช่วยให้ได้ความรู้มากขึ้นแน่นอนจ้า

32 เรื่องน่ารู้ของการ “จูบ”

1.คำว่า “Kiss” ในภาษาอังกฤษ นั้นมีที่มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า “cyssan” มันมีต้นตอจากภาษาเยอรมันโบราณ ซึ่งมีที่มาจากเสียงตอนคนดูดปากกันอ่ะ คิส คิส อะไรอย่างงี้แหละ

2.การจูบจะสร้างความดันในปาก มีรายงานมาว่าคู่รักในจีนจูบกันดูดดื่มจนฝ่ายหญิงแก้วหูแตกมาแล้ว พอจูบเสร็จฝ่ายหญิงก็เริ่มไม่ได้ยินอะไร เพราะงั้นควรจูบกันแต่พอดีอย่าให้มันแรงเกินไป

3.”Philematology” เป็นชื่อเรียกของ “ศาสตร์ในการจูบ”

4.ประโยค “kiss my ass (จูบก้นฉันสิ)” ซึ่งมีไว้ใช้ในการหยามนั้น มีการริเริ่มใช้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1705 ไม่รู้ใครคิดขึ้นมาเหมือนกัน

5.ริมฝีปากนั้นมีความอ่อนไหวมากกว่าปลายนิ้วถึง 100 เท่า

6.ผู้คนจำนวน 2 ใน 3 มักจะเอียงหัวไปด้านขวาเวลาจูบกัน

7.ในปากมีแบคทีเรียเต็มไปหมด เวลาจูบกันจะสามารถแลกเปลี่ยนแบคที่เรียได้มากถึง 10-1,000 ล้านตัว กันเลยทีเดียว

8.ในปี ค.ศ.2005 คู่รักในลอนดอนทำสถิติจูบกันนาน 31 ชั่วโมง 30นาทีกับอีก 30 วินาที ซึ่งถือว่านานที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา

9.กล้ามเนื้อส่วนที่เรียกว่า “Orbicularis oris” เป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในการจูบเพราะใช้ในการขมวดปากเข้ามาเป็นท่าจูบ เลยถูกเรียกว่า “Kissing muscle (กล้ามเนื้อแห่งการจูบ)”

10.การจูบแบบ “French kiss” ต้องใช้กล้ามเนื้อบนใบหน้ามากถึง 34 มัด

Continue reading →