95 ข้อของ จิตวิทยาความรัก

95 ข้อของ จิตวิทยาความรัก รวมเกร็ดความรู้เรื่องความรักและเรื่องเสน่ห์ที่คนมีความรักควรจะได้อ่านไว้เป็นความรู้ บอกได้เลยว่าข้อมูลที่เราหามานั้นล้วนเป็นเรื่องเป็นจิตวิทยาและเป็นวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น ใครรู้เรื่องความรักเยอะกว่าก็จะได้เปรียบคนอื่นๆนะจะบอกให้ อ่านแล้วจำไว้จะเป็นการดีถ้าจำไม่ได้กลับมาอ่านซ้ำได้เรื่อยๆนะครับ

95 ข้อของ จิตวิทยาความรัก

1.ความรักไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนเท่านั้น ในโลกของสัตว์ชนิดต่างๆก็มีความรัก ความห่วงใย ความเอื้ออาทร เช่นกัน

2.ปกติแล้วจะใช้เวลาไม่เกิน 4 นาทีเท่านั้น ในการที่เราจะตัดสินใจว่าเรากำลังชอบใครซักคนหรือไม่

3.เวลาคนที่เค้ารักกันจริงๆ จ้องตากัน 3 นาทีขึ้นไป จังหวะการเต้นของหัวใจของคนทั้งสองคน จะค่อยๆปรับตัวจนกระทั่งมีจังหวะหัวใจเต้นพร้อมกัน นี่เรื่องจริงนะ วิทยาศาตร์ล้วนๆเลย

4.มาดูเรื่องประสาทวิทยากันบ้าง เค้าบอกว่า การตกหลุมรักนั้นจะส่งผลต่อสมองแบบเดียวกับตอนที่เราเสพโคเคน ซึ่งจะทำให้สมองสร้างสารเคมีไป กระตุ้นพื้นที่ต่างๆในสมองถึง 12 จุดเลยทีเดียว

5.การโอบกอดด้วยความรักใคร่ จะทำให้ร่างกายปล่อยสารชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่เป็นยาแก้ปวดออกมา

6.แม้แต่การมองรูปภาพของคนที่เรารักมากๆ (ไม่ต้องเป็นแฟนเสมอไปนะ) ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดชนิดต่างๆได้เช่นกัน

7.คนสองคนที่มีระดับเสน่ห์ดึงดูด มีระดับความน่าดึงดูด มีระดับความน่าดึงดูดใจ เท่าๆกัน มักจะมาเป็นแฟนกันเสมอ

8.คู่รักที่มีอะไรเหมือนกันมากเกินไปหรือมีอะไรต่างกันมากเกินไป มักจะไปกันไม่รอด คุณไม่จำเป็นต้องเหมือนคนรักของคุณไปเสียทุกเรื่องแต่ต้องระวังอย่าแตกต่างไปซะทุกอย่างด้วย เอาแบบกลางๆน่ะดีแล้ว

9.โรคหัวใจสลาย (Broken Heart Syndrome) อ่านว่า โบรกเค่น ฮาร์ท ซินโดรม น่ะมันมีอยู่จริงๆ จะเกิดขึ้นจากการสูญเสียคนรักและจะเกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น อาการก็คือตอนสูญเสียคนรักไปสภาพจิตใจของเราจะทำให้สมองหลั่งสารเคมีบางอย่างออกมา ซึ่งอาจทำให้เจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง หายใจสั้นๆ และมีอาการคล้ายโรคหัวใจ ซึ่งโรคหัวใจสลายนี้จะมีผลรุนแรงกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชายนะ

หลายคนสงสัยว่าสูญเสียคนรักที่ว่าน่ะคือแบบไหน ตอบได้เลยว่าทุกแบบ เช่น คนรักเสียชีวิต หย่ากัน คนรักหักหลัง ถูกบังคับให้แยกกัน สรุปว่าทุกเรื่องที่ทำให้พลัดพรากน่ะแหละ

10.ความรักแบบโรแมนติกนั้นจะเกิดขึ้นในตอนช่วงปีแรกและในที่สุดมันก็จะจบลง และจะเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นความรักแบบจริงๆจังๆแทน ก็คือรักแท้น่ะแหละ แต่ถ้าทำตัวโรแมนติกตลอดได้ก็ดีนะ

11.คนที่กำลังมีความรักจะมีการหลั่งสารเคมีในสมองคล้ายๆกับคนที่เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ (ก็เลยคิดถึงแต่เธอ วี๊ดวิ้ว……)

12.การคิดถึงเรื่องความรักจะมีอิทธิพลต่อการมีความคิดสร้างสรรค์ (คิดบ่อยๆไปเลย)

13.ถ้าพูดถึงการมีความสัมพันธ์ระยะยาวล่ะก็ คนที่มีหน้าตาดีมีเสน่ห์ดึงดูด จะชนะคนที่มีเฉพาะร่างกายที่เป็นเสน่ห์ดึงดูดเสมอ (คนหน้าตาดีจะกลายเป็นตัวเลือกอันดับที่หนึ่ง เพราะต้องเจอหน้ากันทุกวัน)

14.การจับมือจูงมือคนรักจะช่วย บรรเทาอาการเจ็บปวดและความเครียดต่างๆได้ (ต้องเป็นคู่รักที่มีความสัมพันธ์ระยะยาวและมีความสัมพันธ์แนบแน่นเท่านั้นนะ)

15.การแสดงความรู้สึกขอบคุณ จะเพิ่มระดับความสุขของคุณในทันทีทันใด ไม่ว่าจะกับพ่อแม่ เพื่อน แฟน และคนอื่นๆ

16.ฝรั่งเค้าบอกว่าเวลาคุณตกหลุมรักใครสักคน จะรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อจำนวนมากบินอยู่ในท้อง (เป็นการเปรียบเทียบน่ะ) ซึ่งความรู้สึกนี้เกิดจาก อะดรีนาลีน (Adrenaline) ที่สูบฉีดในร่างกาย ทำให้เราอยู่ในสภาวะสู้หรือหนี (flight-or-fight)

17.การขยายตัวของตาดำจะเป็นเครื่องบ่งบอกว่าคุณกำลังหลงเสน่ห์ใครอยู่ มักจะเกิดขึ้นตอนที่คุณมองคนที่คุณหลงรัก และมันจะทำให้คุณดูมีเสน่ห์ดึงดูดมากขึ้นด้วย (คนแรกที่พูดถึงเรื่องนี้คือ ชาลส์ ดาร์วิน นะครับ)

18.การมองตาทำให้คนที่ยังไม่รู้จักกัน ตกหลุมรักกันได้ เมื่อคุณจ้องตาคนที่คุณชอบร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนชื่อว่า ฟีนิลเอทิลเอมีน (Phenylethylamine) ออกมา แล้วเกิดอาการตกหลุมรัก

19.นักวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่าความรักคือทุกสิ่งทุกอย่าง! เป็นผลการวิจัยที่โรแมนติกมาก

20.นักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นพบว่า ผู้ชายที่นอกใจจะมีไอคิวต่ำกว่าแฟน (หาผู้ชายฉลาดเข้าไว้นะ)

21.อาการปวดฟัน ปวดหัว จะบรรเทาลงเมื่อได้จูบกับคนรัก

22.มีคนแค่ 6% ที่หย่ากันไปแล้วกลับมาแต่งงานกันใหม่

23.คนที่แต่งงานกับชู้รักจำนวน 75% ต้องหย่ากันในภายหลัง

24.การขอคำแนะนำจะทำให้ผู้ถูกถามชอบคุณมากขึ้น (แต่ชอบแบบเพื่อนหรือแฟนก็อีกเรื่องนึงนะ)

25.แว่นตาดำจะทำให้ผู้สวมใส่ดูมีเสน่ห์มากขึ้นจริงๆนะ

26.ที่ฮาวาย ถ้าเห็นผู้หญิงใช้ดอกไม้คาดหูข้างซ้าย เป็นการบอกว่าเค้ามีแฟนแล้วนะ

27.ผลการวิจัยพบว่า ผู้หญิงจะหลงเสน่ห์ฝ่ายชายมากขึ้นเมื่อไม่ค่อยแน่ใจว่าฝ่ายชายชอบตนหรือไม่

28.ผลการวิจัยเรื่องสมองพบว่า ผู้หญิงจะตอบสนองต่อเรื่องโรแมนติกมากขึ้น หลังจากที่กินอาหารไปแล้ว

29.ผู้หญิงจะรู้สึกว่าผู้ชายคนนึงมีเสน่ห์ เมื่อเห็นว่าผู้ชายคนนั้นได้รับความสนใจจากผู้หญิงคนอื่นๆ

30.การวิจัยพบว่า สิ่งสำคัญในความสัมพันธ์นั้น ขึ้นอยู่กับการที่คุณแสดงความดีใจแค่ไหนเวลาที่คนรักได้รับข่าวดี เช่น คนรักได้เลื่อนขั้น เรียนจบ หางานได้่ หรือโชคดีเรื่องอื่นๆ

31.นักวิจัยบอกว่าโดยเฉลี่ยแล้วคนเราเคยตกหลุมรักมาแล้ว 7 ครั้ง ก่อนที่จะได้แต่งงาน

32.โดยเฉลี่ยแล้วผู้ชายใช้เวลารวมกันทั้งหมด 1 ปี (จากทั้งชีวิต) ในการจ้องมองผู้หญิง

33.คนที่มีความเคารพตัวเองสูง (self-esteem) จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตรักสูงและยาวนานกว่าคนที่ไม่เคารพตัวเอง ไม่มั่นใจในตัวเอง

34.ตามสถิติแล้วฝ่ายชายจะตัดสินใจบอกรักเร็วกว่าฝ่ายหญิง ส่วนใหญ่แล้วผู้ชายเป็นฝ่ายบอกก่อน

35.ตามสถิติแล้วฝ่ายชายสะเทือนใจมากกว่าฝ่ายหญิงในตอนที่ความสัมพันธ์จบลง

36.การถูกปฎิเสธสามารถทำให้ปวดหัวได้ เพราะสมองส่วนที่ควบคุมความเจ็บปวดทางกายภาพมันจะทำงาน

37.สามีที่จูบภรรยาทุกเช้า จะมีอายุยืนมากกว่าคนที่ไม่ได้จูบถึง 5 ปี

38.เมื่อแข่งขันกันในเรื่องจำนวน การมีหน้าสวยช่วยให้หาแฟนได้มากกว่าการมีรูปร่างดีเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าทั้งมีสองอย่างนี่สุดยอด

39.เริ่มมีการใช้รูปหัวใจเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ.1250

40.ว่ากันว่าทุกครั้งที่คุณตกหลุมรัก คุณจะเสียเพื่อนสนิทไปสองคน

41.โรค Philophobia คือ โรคกลัวการตกหลุมรัก

42.จากการสอบถามพบว่ามีคู่รักอยู่ 2% ที่พบรักกันในซุปเปอร์มาร์เก็ต

43.มีอยู่ 23% ของคนที่เจอกันในโลกออนไลน์ ที่แต่งงานกัน

44.ในแต่ละวันบนโลกใบนี้ มีคนที่เพิ่งออกเดทครั้งแรก วันละ 3 ล้านคน

45.พวกผู้ชายที่นอนไม่พอจะทึกทักเอาเองว่าฝ่ายหญิงอยากมีเซ็กส์กับตน

46.ผู้ชายวัย 20 ต้นๆจะได้รับความเจ็บปวดจากการอกหักมากกว่าผู้หญิง

47.คนทุกคนจะเลือกคู่รักที่มีสมมาตรบนใบหน้า (ลองคนในกูเกิ้ลว่า สมมาตรบนใบหน้า ดูนะ) เค้าบอกว่าเป็นเพราะจิตใต้สำนึกจะรู้สึกว่าคนที่มีความสมมาตรบนใบหน้า มียีนส์ที่ดีกว่าคนทั่วไป เหมาะจะเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์

48.ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่หลงเสน่ห์ชายลงพุง การลงพุงจะทำให้ระดับเทสโทสเตอโรนลดลง แรงขับทางเพศลดลง ภาวะเจริญพันธุ์ลงลง ทำให้ไม่น่าสนใจ

49.ผู้ชายมักจะหลงเสน่ห์ผู้หญิง ที่มีลักษณะโครงสร้างของกระดูก (Bone structure) คล้ายคลึงกับโครงสร้างของกระดูกแม่ของตนเอง

50.อารมณ์ขันเป็นตัวบ่งบอกถึงระดับความเฉลียวฉลาด นั่นเป็นเหตุผลให้ผู้ชายตลกคือผู้ชายที่มีเสน่ห์

51.มีคนอีกกลุ่มใหญ่ๆที่ชอบความสวยงามของวงแขนหรือรักแร้นั่นเอง คนที่ออกกำลังกายจนวงแขนกระชับรวมไปถึงคนที่ดูแลผิวใต้วงแขนจะได้เปรียบในข้อนี้ ปล่อยให้รักแร้ย่นเป็นขีดๆไม่ดีจริงๆนะไม่น่ามองเป็นอะไรที่ไม่อยากเห็นสุดๆ ควรดูแลวงแขนให้เซ็กซี่ทั้งชายและหญิงเลย

52.คนที่ชอบมีคู่นอนคืนเดียว (One-night stand) เป็นประจำจะมีระดับความวิตกกังวล ซึมเศร้าหดหู่ ที่สูงมากขึ้น

53.พวกที่ชอบช่วยตัวเองเป็นประจำจะสามารถพัฒนาจนมีระดับความวิตกกังวลทางสังคม ประหม่าตื่นกลัวคนแปลกหน้าและกลัวการพูดในที่สาธารณะ จนถึงขั้นเป็นโรคกลัวสังคมได้ (ปัจจุบันมีกลุ่มคนที่ใช้ตัวเองเป็นหนูทดลอง เลิกช่วยตัวเอง และพบว่าระดับความมั่นใจในตัวเองกลับมาสูงลิ่วเช่นเดิม เลิกกลัวผู้หญิง และหายจากโรคกลัวสังคมเป็นจำนวนมาก ลองค้นในกูเกิ้ลว่า nofap ดูนะ กลุ่มในเว็บ reddit นะ)

54.เป็นเรื่องยากที่จะตีตัวออกห่างจากคนที่มีความสุขในชีวิต

55.คนที่มีบาดแผลในจิตใจได้ง่ายมักได้รับความรำคาญจากคนรอบตัวโดยไม่มีเหตุผล

56.ผู้ชายที่มีโทนเสียงต่ำจะได้รับความสนใจจากผู้หญิงมากกว่าชายที่มีเสียงสูง

57.คนหลงตัวเองจะมีเซ็กส์เพื่อให้ตัวเองรู้สึกมีอำนาจ ไม่ใช่เพื่อความโรแมนติก

58.มีการค้นพบว่า ถ้าหากอะดรีนาลีนหลั่งออกมาในวันที่ไปเดท จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกว่าเรามีเสน่ห์มากขึ้น เพราะงั้นชวนกันไปดูหนังผีก็แล้วกันนะ

59.ในกรณีที่หล่อเท่ากันผู้ชายสูงมีผู้หญิงสนใจมากกว่าผู้ชายไม่สูงนี่คือเรื่องจริง คนไม่สูงไม่ต้องตกใจนะ ก็แค่สาวๆที่ชอบผู้ชายสูงมีเยอะกว่าสาวที่ไม่ได้สนใจเรื่องส่วนสูงเท่านั้นเอง

60.การจูบกันกับคนรักจะทำให้ร่างกายหลั่ง อ๊อกซิโตซิน (oxytocin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความผูกพันออกมาเป็นจำนวนมาก

61.เป็นที่พูดกันว่า ฝ่ายหญิงจะแอบมีคนใหม่ เมื่อไม่มีความสุขกับความสัมพันธ์ในปัจจุบัน ผู้ชายที่อ่านข้อนี้อยู่ต้องทำตัวสม่ำเสมอนะ แล้วก็พวกที่บ้างานไปทำงานต่างจังหวัดห่างไกลคนรักเนี่ยระวังจะเจอดี อยากรวยให้ไปอ่านหนังสือพ่อรวยสอนลูก จะได้รู้ตัวว่าการทำงานหนักขึ้นไม่เคยช่วยให้ใครรวยหรอก นี่เรื่องจริงนะเนี่ย ไม่ได้ว่าอะไรนะแค่เตือนเฉยๆ

62.ผลงานวิจัยยังพบว่า ในการที่ชายหญิงพบกันครั้งแรก ก่อนที่คุณฝ่ายชายทั้งหลายจะเริ่มพูดอะไร ฝ่ายหญิงตัดสินใจให้คะแนนโดยดูจาก การวางท่าขณะที่ฝ่ายชายยืน,นั่ง (ภาษาอังกฤษคือ Posture) ไปแล้วมากถึง 80% ชายใดที่ชอบยืนหรือนั่งหลังค่อม ไหล่ห่อ ดูบุคลิกไม่ดี ดูไม่มีพลัง เนี่ยระวังให้ดีเถอะ ถ้าผู้หญิงต้องให้คะแนนเต็ม 10 คุณก็โดนตัดคะแนนเหลือ 2 คะแนนไปเรียบร้อยแล้ว

63.โดยเฉลี่ยแล้วผู้ชายจะพบเห็นผู้หญิงที่ตัวเองรู้สึกอยากหลับนอนด้วย(หมายถึงแค่คิดในใจเท่านั้น) เป็นจำนวน 5 คนต่อวัน

64.ผู้เชี่ยวชาญในการออกเดท ระบุว่าหากคุณผู้ชายส่งข้อความไปหาฝ่ายหญิงสองครั้ง แล้วเธอไม่ตอบกลับ แสดงว่าไม่สนใจคุณนะ

65.การส่งข้อความไปถึงคู่รักในตอนเช้าไม่ได้หมายความว่า อรุณสวัสดิ์ ทักทายยามเช้าเท่านั้น แต่ในด้านความรู้สึกยังสร้างความหมายประมาณว่า ฉันคิดถึงเธอทันทีที่ตื่น อีกด้วย

67.ทั้งชายและหญิงควรจะมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนอย่างเพียงพอ เพื่อสร้างเสน่ห์ดึงดูดทางเพศ

68.เรื่องแปลกอีกอย่างเลยคือ คนเราสามารถรับรู้และรู้สึกได้ว่า คนที่มีระบบภูมิต้านทานร่างกาย Immune System ต่างจากของตัวเอง นั้นมีเสน่ห์

69.นักวิจัยค้นพบว่า คนที่เป็นคนรักกันน่ะ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีความสุขมากกว่า จะมีโอกาสแยกทางกันสูงขึ้นอีกในปีถัดไป (ดูแลระดับความสุขของคู่รักให้ดีๆนะ เสร็จอยู่คนเดียว เอ๊ย… มีความสุขอยู่คนเดียวไม่ดีนะ)

70.ระบบประสาทของคุณจะทำงานได้ดีมากขึ้น ในช่วงปีแรกที่กำลังมีความรัก

71.และอีกเรื่องที่น่าสนใจมากเลยคือ เวลาที่น้องหมาเห็นเจ้าของ สมองน้องหมาจะมีความรู้สึกแบบเดียวกับตอนที่เรากำลังมีความรัก พูดง่ายๆคือหมารักเราจริงๆนั่นแหละ

72.เวลาคนกำลังตกหลุมรัก จะมีความขี้สงสัยที่มากยิ่งขึ้น

73.ผู้ชายที่มีสัตว์เลี้ยงจะมักถูกมองว่าเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น , ผ่อนคลาย , เป็นคนมีความสุขและสามารถเข้าถึงได้ นั่นเป็นสาเหตุที่ผู้ชายจูงหมามาด้วยดูมีเสน่ห์และขอเบอร์โทรจากสาวๆได้ง่ายกว่ามากนั่นเอง

74.คนเรามักจะตกหลุมรักคนที่มีอะไรบนร่างกายคล้ายๆกับเรา เช่นสีตา สีผม ไปจนถึงระดับเมตาบอลิซึมเลยทีเดียว คนเราสามารถรับรู้เรื่องพวกนี้ได้โดยไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ เคยสังเกตุมั๊ยว่าคู่รักหลายคู่มักจะหน้าตาคล้ายคลึงกันมาก ที่เค้าว่าเนื้อคู่มักจะหน้าเหมือนกันนี่เรื่องจริงนะ

75.นักโบราณคดีพบว่า “เพลงรัก” ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกถูกเขียนขึ้นมาเมื่อ 4 พันปีที่แล้ว โรแมนติกมาก

76.ผู้หญิงจำนวน 78% จะปฏิเสธการออกเดทในวันที่ไม่ได้โกนขนหน้าแข้งและขนใต้วงแขน

77.มีผู้ชาย 7% และ ผู้หญิง 11% เท่านั้นที่หาคู่ออนไลน์

78.คน 65% เอียงหัวไปทางขวาเวลาจูบกัน

79.คนที่แต่งงานกับเพื่อนสนิท มีโอกาสหย่าน้อยลงมากถึง 70% ส่วนใหญ่อยู่กันจนแก่ไปเลย

80.ความเครียดจะทำให้เสน่ห์บนใบหน้าของผู้หญิงลดน้อยลงไป

81.การคบคนที่มองโลกในแง่ดีตลอดเวลาจะทำให้สุขภาพโดยรวมดีมากขึ้น

82.การให้ความหวังกับคนที่เราไม่ได้รักคือการทำร้ายจิตใจคนๆนั้นอย่างรุนแรง

83.คนที่มีที่อยู่อาศัยอยู่ใกล้กันจะมีโอกาสตกหลุมรักกันมากขึ้น

84.ในบางครั้งเราก็อาจจะชอบคนที่ตรงข้ามกับเรา เพราะต้องการสิ่งที่เราไม่เคยมี

85.ถ้าผู้ชายลดระดับความเร็วในการเดินให้เท่ากับผู้หญิงคนนึง เขาอาจจะกำลังชอบผู้หญิงคนนั้น

86.นักวิจัยแนะมาว่า ผู้ชายหรือผู้หญิงที่มีความรัก มีอารมณ์โรแมนติก จะมองหน้าฝ่ายตรงข้ามเป็นหลัก ส่วนคนที่ต้องการเซ็กส์จะมองแต่ร่างกายของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น ไปสังเกตกันเอาเองละกันนะ

87.ถ้าคุณไปเดทกับใครเป็นครั้งแรก แล้วอยากรู้ว่าบุคลิกเขาเป็นคนยังไง ให้สังเกตดูว่าเขาหัวเราะเพราะเรื่องอะไรบ้าง มันบอกอะไรได้มากเลย

88.คุณจะมีโอกาสได้เจอคนที่คุณต้องการจะพบรักได้มากขึ้น เมื่อคุณไปในสถานที่ที่สร้างความตื่นเต้นให้คุณได้ เพราะคนที่มีความกระตือรือร้นจะดูมีเสน่ห์มากๆ

89.ตอนที่เรากำลังตกหลุมรักใครสักคนจะช่วยให้ความจำดีขึ้น

90.เป็นไอเดียที่แย่มากหากจะพูดคุยเรื่องการเมืองในการไปเดทครั้งแรก

91.คนที่หน้าเด็กและสามารถยิ้มกว้างๆได้จะมีอายุยืนกว่าคนทั่วไป อยากได้คนรักอายุยืนก็ให้เลือกคนหน้าเด็ก

92.คน 70% ที่แต่งงานกันมีความเห็นทางการเมืองเหมือนกัน ส่วนอีก 30% อยู่กันได้โดยคิดไม่เหมือนกัน

93.ในประเทศญี่ปุ่นใครที่ฟันบางซี่เรียงไม่เป็นระเบียบ ถือว่าดูน่ารัก ใครอยากได้แฟนญี่ปุ่นไม่ต้องไปจัดฟันนะ

94.ความอายเป็นตัวกีดกัดความสัมพันธ์แบบโรแมนติกอย่างแรงเลยทีเดียว

95.ข้อสุดท้าย ถ้าคุณเป็นคนไม่รักตัวเอง คุณมักจะหลงรักและไล่จับคนที่ไม่รักคุณจริงอยู่เสมอ (กฎแห่งการดึงดูด)

ทำการรวบรวมข้อมูลและแปลโดย 108toplist.com

This entry was posted in Love.

Leave a Reply