26 เกร็ดความรู้เรื่องจิตวิทยา รู้ไว้ได้เปรียบเว่อร์

26 เกร็ดความรู้เรื่องจิตวิทยา รู้ไว้ได้เปรียบเว่อร์ มีหลายข้อที่ท่านทั้งหลายไม่เคยอ่านที่ไหน อ่านแล้วเอาไปใช้ได้และจะได้ใช้แน่ๆ เพราะส่วนใหญ่มันก็เป็นเรื่องในชีวิตประจำวันกันทั้งนั้นแหละครับ

26 เกร็ดความรู้เรื่องจิตวิทยา รู้ไว้ได้เปรียบเว่อร์

1.เวลาที่ทุกคนในวงสนทนาหัวเราะหัวกัน พวกเขาแต่ละคนจะหันหน้าไปมองคนที่ตัวเองชอบมากที่สุดในกลุ่ม ถ้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนที่มีคะแนนนิยมมากที่สุดมีคนชอบมากที่สุดในกลุ่มก็ลองสังเกตุดู

2.ผลการวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นพบว่า การเคี้ยวอาหารหรือหมากฝรั่งช่วยลดอาการประหม่าได้ นั่นก็เพราะว่าปกติแล้วไม่มีใครเคี้ยวอาหารตอนที่ตกอยู่ในอันตราย เมื่อเราเคี้ยวอาหารสมองจึงคิดว่าเราอยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัย เราสามารถหลอกสมองของเราได้ด้วยการเคี้ยวอาหารหรือหมากฝรั่งก่อนขึ้นเวที จะได้รู้สึกกังวลหรือประหม่าน้อยลง

3.เวลาที่ใครตอบคำถามของคุณในแบบที่คุณไม่ต้องการ หรือรู้สึกว่ายังได้รับการเปิดเผยข้อมูลไม่มากพอ รู้สึกว่ายังปกปิดอะไรไว้ไม่คายความจริงทั้งหมด ให้เงียบใส่แล้วมองหน้าเขาเฉยๆ เมื่อโดนเทคนิคนี้เข้าไปคู่สนทนาเขาจะเริ่มรู้สึกทนไม่ไหวไปเองแล้วเริ่มพูดต่อไปเพื่อให้สถานการณ์แบบนี้มันจบๆไป

4.เพิ่อให้คุณไม่รู้สึกกดดันในการไปสัมภาษณ์งาน ให้จินตนาการว่าผู้ว่าจ้างของคุณหรือคนที่มีหน้าที่สัมภาษณ์คุณคือเพื่อนซี้ที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน

5.ถ้ารู้ตัวว่าต้องพูดหรือเจรจากับคนหมู่มาก ให้เอากระจกบานใหญ่มาติดตั้งไว้ที่หลังโต๊ะทำงานของคุณ (ให้คู่สนทนาเห็นหน้าตัวเองได้นั่นแหละ) คุณจะพบว่าพวกเขาสุภาพและพยายามควบคุมอารมณ์ในการเจรจาต่อรอง นั่นก็เพราะว่าไม่มีใครอยากเห็นหน้าตัวเองตอนโกรธหรือตอนรำคาญ

6.ถ้ารู้สึกว่ามีใครจ้องมองคุณอยู่ลองแกล้งทำเป็นหาวดูสิ พอหาวเสร็จให้รีบแอบมองทันทีว่ามีใครหาวตามคุณหรือไม่ เพราะเคยมีการทดลองกับอาสาสมัคร 328 คน โดยให้มานั่งดูทีวี พบว่ามีอยู่ 222 คน หาวหลังจากที่เห็นตัวละครในทีวีหาวน่ะ

7.ถ้าอยากกำจัดสิ่งของในมือหรืออยากให้คนช่วยถือ ให้ลองส่งมันให้คู่สนทนาของคุณในระหว่างคุยกันสิ แบบว่าคุยกันอยู่แล้วเราก็ยื่นของให้เขาทันทีไม่ให้ทันตั้งตัวน่ะ ให้ชวนคุยให้เขาแสดงความคิดเห็นเรื่องอะไรก็ได้ สมองของเขาจะมั่ววุ่นอยู่กับการเรียบเรียงความคิดและอวัยวะส่วนอื่นก็จะทำงานในโหมดอัตโนมัติ พอยื่นของให้ก็จะจับเลยไม่ว่าจะเป็นของอะไรก็ตาม

8.ถ้าอยากเป็นเพื่อนกับใครลองขอให้เขาช่วยเหลืออะไรเราสิ เอาเรื่องที่มันเล็กๆหน่อยนะ เช่นช่วยหยิบของที่มันอยู่ใกล้ หรือไปขอคำแนะนำเรื่องเล็กน้อย หรือยืมเศษเงินแค่นิดเดียวหรือจะแค่ขอเขาแลกเหรียญก็ได้ หลังจากที่เขาช่วยเหลือคุณ เขาจะคิดไปเองว่าเขาชอบคุณก็เพราะว่าเขาเคยทำอะไรให้คุณนั่นแหละ

9.ถ้าคุณต้องไปสัมภาษณ์งาน จงพยายามเป็นคนแรกหรือคนสุดท้ายที่ได้สัมภาษณ์งาน มันจะช่วยให้ผู้สัมภาษณ์งานจำคุณได้

10.ให้แอบสังเกตุปลายเท้าของคู่สนทนาของเราว่ามันชี้ไปทางไหน ถ้าเขาหันหน้ามาคุยกับเราแต่ปลายเท้าสองข้างชี้ออกไปเฉียงๆไม่ได้ชี้ใส่เราแสดงว่าเขาไม่ได้อยากสนทนาด้วยหรอกแถมยังอยากจะเลิกคุยให้เร็วที่สุดด้วย

11.การเลียนแบบภาษากายของคู่สนทนาจะช่วยเพิ่มความสนิทสนมไว้ใจกันมากขึ้น มันจะทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าเห็นตัวเขาเองในตัวคุณโดยที่ไม่รู้ตัวน่ะ และคนส่วนใหญ่ก็ชอบตัวเองมากเสียด้วย (แต่อย่าให้เขาจับได้ว่าคุณกำลังเลียนแบบเขาอยู่ก็แล้วกัน ทำมันแบบเนียนๆโอเคนะ อย่าเลียนแบบเขาทุกเรื่อง ไม่ใช่ว่าเห็นเขา เกาหัวหรือเกาตูด แคะขี้มูกหรือขากถุย คุณก็รีบทำตามทันที)

12.ปรากฏการณ์ “Pinocchio effect” จะเกิดขึ้นในตอนที่เราโกหก จมูกของเราจะไม่ได้ยาวขึ้นเหมือนในการ์ตูนเรื่อง “พินอคคิโอ” แต่จมูกของเราจะร้อนขึ้น และสามารถจับผิดได้จากเครื่องมือเฉพาะ

13.นักวิจัยบอกว่าคุณสามารถหลอกสมองตัวเองให้คิดว่ากำลังมีความสุขและกำลังยิ้มอยู่ได้ด้วยการ “คาบดินสอ” เอาไว้ คาบไว้ท่าเดียวกันกับตอนที่หมาคาบกระดูกนั่นแหละคุณ ถ้าไม่มีดินสอคุณจะคาบหลอดกาแฟ คาบดอกกุหลาบ หรืออะไรก็ได้ ที่มันทำให้คุณยิ้มยิงฟันน่ะ แต่อย่าทำให้คนอื่นเห็นล่ะ

14.คนที่กำลังพยายามโกหกมักจะมองขึ้นข้างบนและหันหน้าไปด้านซ้าย (ด้านซ้ายของเขา ก็คือด้านขวาของเรานั่นแหละ)

15.ร่างกายจะหลังเอ็นโดรฟินในทันที่เรากำลังยิ้ม ถึงแม้จะเป็นการฝืนยิ้มก็ตาม

16.ถ้าคุณไม่ขยับตัว 15 นาทีขึ้นไปจะทำให้คุณหลับได้ง่ายขึ้น

17.ความคิดเห็นที่คุณมีต่อผู้หญิง จะเป็นความคิดเห็นแบบเดียวกันกับที่ผู้หญิงมีต่อคุณ

18.คนที่ชอบทำให้คนอื่นรู้สึกทรมาณใจ ก็คือคนที่กำลังมีความรู้สึกท้อแท้,ผิดหวังจากข้างในส่วนลึกของจิตใจ และไม่อยากเห็นคนอื่นอยู่ในสภาวะอารมณ์อื่นที่ไม่ใช่แบบเดียวกันกับตนเอง

19.ผลการวิจัยพบว่าการประกาศให้คนอื่นรู้ว่าตัวเอง “มีเป้าหมายอะไร” จะทำให้เรามีแรงบันดาลใจที่จะทำสิ่งนั้นน้อยลงหรืออาจจะล้มเลิกไปเลย

20.ผลการสำรวจพบว่าการใช้จ่ายเพื่อสร้างความสุขให้ผู้อื่น สร้างความสุขได้มากกว่าใช้จ่ายเพื่อตัวเอง (รักษาสมดุลให้ดีล่ะ ไม่ใช่มีอะไรก็ให้คนอื่นหมด)

21.ข้อนี้เอามาให้อ่านกันขำๆนะ ผู้หญิงจำนวน 1 ใน 5 และผู้ชาย 1 ใน 20 ติดนิสัยต้องนอนกับตุ๊กตาหมี

22.หนึ่งในประโยคที่คนใช้ในการพูดโกหกมากที่สุดคือ “I’m fine – ฉันไม่เป็นไร”

23.ตาดำของคุณจะขยายตัวมากขึ้นถึง 45% เมื่อคุณกำลังมองคนที่คุณตกหลุมรัก

24.การยิ้มเพิ่มเสน่ห์ได้มากกว่าการแต่งหน้า ถึง 69% เลยทีเดียว

25.มนุษย์จะมีระดับความครีเอทีฟมีความสร้างสรรค์เพิ่มมากขึ้นในช่วงเวลากลางคืน และครีเอทีฟน้อยลงในตอนบ่ายๆ

26.คนเราเมื่อได้ฟังอะไรใดซ้ำๆก็จะเริ่มเชื่อว่าเรื่องนั้นเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆโดยที่ไม่รู้ตัว ปรากฏการณ์แบบนี้เขาเรียกว่า “The illusion of truth effect” ดังนั้นต้องระวังโดนสื่อชักจูงนะครับ เช่น โฆษณาขายของเนี่ยพวกนายทุนใช้เวลานับหลายสิบปีลงโฆษณาตามสื่อต่างๆมาตลอดทั่วโลก เพื่อชักจูงคนว่าคนว่าต้องใช้สินค้าของเขาเป็นประจำ , ชักจูงว่าใครที่ใช้สินค้าของเขาจะถือว่าเป็นคนมีระดับ , ชักจูงว่าเห็นผลลัพธ์ในเวลาไม่กี่วัน เพื่อที่พวกเขาจะได้ขายของนะครับ

คนส่วนใหญ่ที่หันมาสุบบุหรี่ก็เพราะดูภาพยนต์ของฮอลลีวูดบ่อยๆนะ มันมีคนเก็บสถิติเอาไว้จริงๆ หนังบางเรื่องทำให้ยอดขายบุหรี่พุ่งกระจายเลย ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่บนโลกน่ะถูกตั้งโปรแกรมพฤติกรรมอย่างแยบคายผ่านสิ่งที่เรียกว่า “ตำราเรียนและสื่อทุกชนิดรวมไปถึงจารีตประเพณีทุกอย่างในโลกเลย” ที่เขาพยายามปลูกฝังหล่อหลอมความเชื่อเรามานั่นแหละ แล้วคนที่มีหน้าที่สอนหนังสือเกือบทั้งโลกก็ถูกบังคับไม่ให้สอนอะไรที่แย้งกับตำราหรือวัฒนธรรมซะด้วยนะ

ผมพูดจากในคนที่หากินกับสื่อมามากกว่า 10 ปีเลยว่าผมเชื่อแบบนี้มาตลอดจริงๆ การควบคุมคนด้วยสื่อน่ะมันง่ายสุดๆเลย โค-ตะ-ระ-ง่ายเลย โลกนี้มันมีคนที่คิดว่าตัวเองรู้ทุกเรื่องทั้งๆที่ความจริงแค่อ่านหนังสือพิมพ์หรือแค่ท่องตำรามาเท่านั้น แล้วก็ชอบไปเถียงกับคนมีประสบการณ์เพราะคิดว่าตัวเองรู้หมดทุกเรื่อง คนที่ต้องบ้านแตกต้องเลิกกับสามีเพราะโดนนิตยสารผู้หญิงยุยงวิธีการจับผิดสามีก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป หรือคนเราพออ่านหนังสือดวงมากๆเข้ามันก็กลายเป็นความเชื่อจริงๆจังๆไปเอง คนดูหนังแนวสวบสวนสืบสวนเป็นประจำจะรู้สึกว่าตัวเองฉลาดขึ้น ส่วนคนที่ดูหนังเศร้าประจำก็จะเป็นคนเปราะบางซึมเศร้าง่าย ยิ่งถ้าใครชอบอ่านแต่ข่าวบันเทิงหรือข่าวร้ายในหนังสือพิมพ์ทุกวันนี่ชีวิตไม่อยู่สุขเลยแหละ

“เพราะงั้นจงระวังการเสพสื่อของตัวท่านเองให้ดีๆ”

รวมข้อมูลและแปลโดย 108toplist.com

Leave a Reply