12 วิธีลดความวิตกกังวล

12 วิธีลดความวิตกกังวล สำหรับผู้ที่มีอาการวิตกกังวลเป็นประจำหรือเป็นโรควิตกกังวล นะครับเรามาคุยกันเรื่องจิตใต้สำนึกกันก่อนนะครับ จิตใต้สำนึกนั้นเป็นตัวกำหนดลักษณะนิสัยคน ว่าชอบอะไร กลัวอะไร หรือมีพฤติกรรมซ้ำแบบไหนนะครับ เราทุกคนบนโลกนี้ล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของจิตใต้สำนึกตัวเองทั้งนั้น

คนที่เป็นโรควิตกกังวล ก็คือกลุ่มคนอีกกลุ่มที่มีข้อมูลลบๆอยู่ในจิตใต้สำนึกเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด เปรียบเสมือนหนูสกปรกที่เข้าไปขยายพันธุ์ในใจเรานั้นเอง ต้องหมั่นส่งแมวเข้าไปเป็นประจำทุกวันนะครับ แบบสม่ำเสมอด้วยครับ ไม่ใช่คิดบวกพูดบวกกันแค่ครั้งสองครั้งแล้วมันจะหาย

ทางเราได้เอาวิธีคลายกังวัลมาให้ลองใช้กัน แต่สำหรับคนที่เป็นหนัก แนะนำให้ไปหา นักสะกดจิตบำบัด (มันแปลไทยว่าสะกดจิตแต่จริงๆแล้วไม่ใช่) การสะกดจิตบำบัดเป็นวิธี “สั่งจิตใต้สำนึก” เพื่อไปลบล้างข้อมูลลบๆแล้วใส่ข้อมูลด้านบวกลงไปแทนที่นั่นเอง

สามารถรักษาคนที่มีอาการ วิตกกังวล , เป็นโรคกลัวอะไรแปลกๆ Phobia กลัวสังคม กลัวสิ่งของ กลัวที่แคบและอื่นๆสารพัด, โมโหร้าย , ประหม่าง่าย , ซึมเศร้า , ปากหมา , มีนิสัยประหลาด , สมาธิสั้น , ขาดความตั้งใจ , ท้อแท้ง่าย , อิจฉาริษยา โอ๊ยแก้นิสัยต่างๆได้สารพัด

ถ้าสนใจก็ลองหาคลิปวีดีโอรายการ Tonight show รักษาคุณไทค์ เอกพัน ให้เลิกกลัวเข็ม ในเว็บยูปทูปได้ ดูแล้วจะเข้าใจเอง (ผมเองก็เป็นคนไข้ของหมอท่านนี้ล่ะ พอดีป่วยเป็นโรคกลัวอะไรแปลกๆ แต่ไม่บอกละกันว่ากลัวอะไร 555)

12 วิธีลดความวิตกกังวล อาจจะได้ผลบ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่คนไปนะครับ สภาพจิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน 12 ข้อที่เราหามานี่เป็นจิตวิทยาทั้งหมดนะครับต่างประเทศเข้าใช้กัน แต่ก็อย่างที่บอกไป ใครเป็นหนักก็ไปหานักสะกดจิตบำบัดได้แล้ว ในไทยมีหลายคนส่วนในต่างประเทศเขาก็ใช้กันมาหลายสิบปีแล้ว

1.ต้องนอนหลับให้มากพอนะครับ เวลานอนที่ดีที่สุดคือ 10 ทุ่มครับ อย่าช้ากว่านั้นการนอนหลับไม่เพียงพอจะไปเพิ่มระดับความเครียดและระดับความกังวลให้มันมากขึ้นไปอีกนะครับ อันนี้ลองแล้วใช้ได้ผลจริง

2.ข้อสองนี้ห้ามหัวเราะนะครับ ลองสำรวจว่าตรงกับตัวเองหรือไม่ ผู้ที่มีความหื่นจนกระทั่งสำเร็จความใคร่จำนวนมากเกินไปจะมีระดับอาการวิตกกังวัลสูงขึ้นแบบผิดหูผิดตา (อาจไม่เกิดกับทุกคนบนโลกไม่ต้องซีเรียสนะแต่ลองสังเกตุตัวเองดูล่ะ) โดยเฉพาะพวกที่ดูสื่อลามกประกอบกิจกรรมไปด้วย

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการทดลองกันแล้วในเว็บบอร์ดต่างประเทศของกลุ่มผู้ที่ป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับอาการกังวล ว่าหลังจากที่เขางดสำเร็จความใคร่ได้เป็นระยะเวลานาน 2-3 เดือน สามารถลดความรุนแรงของอาการวิตกกังวลได้อย่างมากเลยทีเดียว คุ้มค่าที่จะงดจริงๆ

แต่จะว่าไปการติดดูหนังอย่างว่านี่มันเหมือนเป็นนิสัยย้ำคิดย้ำทำแบบหนึ่งจริงๆนะครับ และน่าจะมีเรื่องสารเคมีในสมองมาเกี่ยวด้วย ถ้าคิดจะงดครั้งแรกงดสัก 2 เดือนแล้ว ลดปริมาณให้เหลือน้อยมากๆ เหลือเดือนละครั้งไรงี้

ไม่งั้นความกังวลจะกลับมาเพิ่มขึ้นอีก อย่าลืมนะครับว่าเราทำอะไรบ่อยๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องลบๆ มันจะถูกจิตใต้สำนึกตั้งเป็นนิสัยแล้วมันจะเลิกยากต้องระวังให้ดีๆ

3.ยิ้ม ฝึกยิ้มหน้ากระจกวันละหลายๆรอบ ดูหันงตลก รายการตลก หัวเราะเยอะๆ ทุกวันเฉลี่ยได้มุกสองชั่วโมงจะดีมาก ทำให้ได้จนเป็นนิสัยนะครับ จิตใต้สำนึกมันจะเริ่มตั้งโปรแกรมใหม่ให้คุณมีจิตใจเบิกบานครับ แต่ต้องทำประจำทุกวันเป็นเวลา 3-4 เดือนแล้วจะสังเกตุได้ ถ้ารู้สึกดีขึ้นให้ทำต่ออีก 2-3 เดือนจะได้ถาวร

4.บอกเล่าอาการกับคนที่ไว้ใจได้ บอกเขาไปว่าเรากังวลอะไรแปลกๆ เรื่องอะไรบ้างนะครับ มันจะได้เบาลง

5.การได้่รับวิตามินบี และโอเมก้า 3 ในปริมาณที่เพียงพอทุกวัน จะลดอาการวิตกกังวลลงได้ (แต่อย่าลืมว่าปัญหาหลักมาจากนิสัยเราเอง)

6.สะกดจิตบำบัด อย่างที่บอกไปแล้ว นี่น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำคนคนที่อาการหนักนะครับ และเป็นวิธีที่เริ่มจะนิยมมากขึ้นเรื่อยๆในไทย

7.จินตนาการถึงเรื่องดีๆ จินตนาการว่าเหตุการณ์จะต้องออกมาดีแน่นอน ต้องทำอย่างเป็นประจำข้อนี้อา่จจะยากไปสักหน่อย แต่ว่ามันดีจริงๆนะครับ โลกมันจะเป็นบวกหรือลบขึ้นอยู่กับมุมมองของเราเองนะครับ

8.เข้าสังคมบ่อยๆ แต่ก็ต้องเลือกคบคนดีๆไม่ใช่ไปรวมกลุ่มกับ คนลบๆ แล้วจะรู้สึกดีขึ้น คนที่เพื่อนฝูงคอยซัพพอร์ทสนับสนุนเยอะจะมีอาการวิตกกังวลน้อยลง

9.ทุกครั้งที่กังวล จงตั้งคำถามตัวเองอยู่เสมอ ว่ามีหลักฐานอะไร ที่จะคิดว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ

10.จดความคิดกังวลของตัวเองลงในกระดาษ อยู่เสมอแล้วพิจารณาซ้ำๆว่ามันคือเรื่องสำคัญหรือไม่

11.อยู่ห่างๆคนที่ทำให้เรากังวลมากขึ้น ใช้เวลากับคนเหล่านั้นให้มันน้อยลง

12.การนั่งสมาธิเป็นประจำช่วยได้ แต่นั้นหมายถึงต้องสามารถปล่อยใจว่างตลอดในขณะที่นั่งสมาธิด้วย แค่ทำท่านั่งสมาธิอย่างเดียวมันไม่ช่วยอะไรหรอกนะ ถ้าหากใจไม่หยุดฝุ้งซ่านมันก็เหมือนไม่ได้นั่ง นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์เรียบร้อยแล้วว่าการนั่งสมาธิส่งผลต่อสมองโดยตรง ทำให้เครียดยาก กังวลยาก กลุ่มคนที่เล่นโยคะเป็นประจำก็เช่นกัน

การลดความกังวลจะไม่ได้ผลถ้าหากเจ้าตัวไม่ยอมเลิกพฤติกรรมเสี่ยงนะครั้บ 12 ข้อนี้ใช้ได้จริงๆ แต่ถ้าใครเป็นหนักก็ไปหานักสะกดจิตบำบัดใกล้บ้านท่านได้แล้วก็ทำตามหมอบอกอย่างเคร่งครัดด้วย สะกดจิตบำบัดดียังไงหรอ มันช่วยให้หายขาดได้โดยไม่พึ่งยา นั่นเอง แต่ก็ต้องตรวจสอบว่าหมอคนไหนของจริงด้วยนะครับ

This entry was posted in Health.

Leave a Reply