42 เรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

42 เรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ความข้อมูลทางสถิติ เกร็ดความรู้ จะได้ระวังตัวไม่ให้เกิดขึ้นกับลูกหลานของตัวเอง มันเป็นภัยใกล้ตัวที่หลายคนอาจไม่ทันระวัง ใครมีลูกควรอ่านบทความนี้ไว้จะได้รู้เท่าทัน

42 เรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

1.ในอเมริกา เด็กผู้หญิงจำนวน 1 ใน 4 ถูกล่วงละเมิดทางเพศ และมีเด็กผู้ชาย 1 ใน 6 โดนล่วงละเมิดทางเพศ

2.73% ของพวกคนที่ชอบล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เคยโดนล่วงละเมิดทางเพศในตอนเด็ก

3.60% ของผู้ที่ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เป็นคนรู้จักแต่ไม่ใช่คนในครอบครัว เช่น เพื่อนพ่อ , เพื่อนบ้าน , พี่เลี้ยง เป็นต้น

4.30% ของผู้ที่ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เป็นคนในครอบครัวหรือญาติๆ

5.มีคดีละเมิดทางเพศเด็กถูกแจ้งความเพียง 50% เท่านั้น

6.ในปี ค.ศ.2002 องค์การอนามัยโลกระบุว่ามี เด็กผู้ชายอายุต่ำว่า 18 ปีจำนวน 73 ล้านคน และเด็กผู้หญิงอายุต่ำว่า 18 ปีจำนวน อีก 150 ล้านคน ที่เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ

7.สมาคมจิตวิทยาอเมริกันระบุว่า มีผู้หญิง 14% ที่เป็นผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กผู้ชาย และอีก 6% ที่เป็นผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กผู้หญิง

8.เด็กที่พิการทางสมองมักตกเป็นเหยื่อของพวกชอบเด็ก

9.ในประเทศที่กำลังพัฒนามีผู้หญิง 36% ที่ระบุว่าตัวเองเคยโดนล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก และมีผู้ชาย 20% ที่เคยโดนล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก

10.นาย Francis Phillip Tullier อดีตผู้ต้องหาที่ก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กซึ่งถูกฟ้องด้วยความผิดจำนวนมากกว่า 500 ข้อหา (มีเด็กสาวตกเป็นเหยื่อกว่า 100 คน) เขาถูกศาลสั่งจำคุกในปี ค.ศ.1999 พอพ้นโทษก็ถูกศาลสั่งให้ไปผ่าตัดเอาอวัยวะเพศชายออกในวันที่เขาพ้นโทษ (ตอนนั้นอายุ 78) และเขาต้องจ่ายค่าผ่าตัดเองอีกด้วย

11.ผู้ชายที่เคยตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศมักไม่กล้าบอกใครและไม่กล้าไปแจ้งความ

12.ประเทศแอฟริกาใต้คือหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่สูงมาก

13.ประเทศอินเดียก็มีอัตราสูงมากไม่แพ้กัน

14.เด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศจะมีปัญหาทางสุขภาพทั้งกายและใจหลายอย่างเช่น โรคเครียด , พฤติกรรมการกิน , โรค Somatoform , โรคประสาทพิการ , มีพฤติกรรมทางเพศที่ผิดปกติ , ทำร้ายสัตว์ , มีปัญหาด้านการเรียนรู้ , พฤติกรรมทำลายชีวิตตัวเอง , ฆ่าตัวตาย , หลับยาก , ฝันร้าย , พฤติกรรมต่อต้านสังคม , ระเบิดอารมณ์ , กลัวการอยู่คนเดียว ซึ่งอาการเหล่านี้จะไม่หายไปไหนถึงแม้ว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

15.พวกชอบลวนลามเด็กมักจะใช้วิธีตีสนิททำเป็นดูแล , และใช้วิธีชักจูงหรือแกล้งทำดี เช่น การให้ของขวัญ , ชวนทำกิจกรรมแปลกๆ , เปิดรูปโป๊หนังโป๊ให้ดู , หลอกล่อหาหนทางให้ติดต่อพบเจอกันบ่อยๆ เช่น ชวนเล่นเกมที่บ้านบ่อยๆ พวกเด็กๆจะรู้ไม่เท่าทันคนพวกนี้

16.เด็กที่ย้ายตามไปอยู่กับพ่อหรือแม่ที่มีแฟนใหม่แต่ยังไม่ได้แต่งงาน มีความเสี่ยงสูงมากกว่าเด็กทั่วไป 8 เท่า

17.เด็กอาจจะไม่กล้าบอกใครเรื่องที่ตัวเองถูกล่วงละเมิดทางเพศเนื่องจากรู้สึกอับอาย หรือกลัวว่าจะโดนลงโทษ หรือกลัวพูดไปแล้วไม่มีใครเชื่อ หรือโดนข่มขู่ เด็กที่อายุน้อยจะขาดความสามารถในการสื่อสารไม่สามารถอธิบายว่าตัวเองโดนล่วงละเมิดทางเพศ

18.เด็กผู้หญิงมีโอกาสโดนล่วงละเมิดทางเพศมากกว่าเด็กผู้ชาย

19.มีผู้ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศถูกจับและรับสารภาพน้อยมากๆ และมีจำนวนมากที่ถูกปล่อยตัวเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ

20.ในปี ค.ศ.2010 ที่อเมริกามีเด็กโดนล่วงละเมิดทางเพศราวๆ 63,527 คน แต่เมื่อเทียบกับปี ค.ศ. 1992 ซึ่งมีเด็กโดนล่วงละเมิดประมาณ 150,000 คน ถือว่าน้อยลงมาก แต่ปัญหาก็ยังไม่หมดไป

21.ทวีปยุโรปมีอัตราการล่วงละเมิดทางเพศเด็กต่ำที่สุดคือ 9.2% ส่วนในอเมริกาและเอเชียมีอัตราอยู่ที่ 10.1% – 23.9% ส่วนในทวีปแอฟริกานั้นมีมากถึง 34.4%

22.ล่วงละเมิดทางเพศเด็กไม่ว่าจะเป็นวิธีใดๆจะส่งผลด้านลบต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กไปแบบถาวร และเด็กก็จะเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีปัญหาทางอารมณ์ในอนาคต

23.ผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กจำนวน 23% เป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

24.องค์กร NCMEC (The National Center for Missing and Exploited Children) ระบุว่าธุรกิจหนังโป๊เด็กยังคงมีการแอบทำกันอย่างต่อเนื่อง และเติบโตขึ้นกว่า 150% ใน 10 ปีที่ผ่านมา มีเด็กตกเป็นเหยื่อแล้วกว่า 51 ล้านคน

25.ในการจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกันผลิตหรือครอบครองหนังโป๊เด็กในปี ค.ศ.2000-2001 พบว่า 83% ของเด็กที่เป็นเหยื่อในการถ่ายทำหนังเหล่านี้ เป็นเด็กอายุ 6-12 ปี และมีอีก 39% ซึ่งมีอายุเพียง 3-5 ปีเท่านั้น และเหยื่ออีก 19% มีอายุต่ำกว่า 3 ปี!!

26.องค์กร NCMEC ยังระบุด้วยอีกว่า ในบรรดาผู้ที่มีหนังโป๊เด็กไว้ในครอบครอง มีอยู่ 40% ที่ตัดสินใจลงมือก่อเหตุจริงๆ

27.ในแต่ละปีมีเด็กในอเมริกา 1.3 ล้านคน ตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศของพวกชอบเด็ก

28.นักวิจัยระบุว่าในอเมริกามีเด็กกว่า 20 ล้านคน ที่ตกเป็นเหยื่อของผู้ปกครองเช่น พ่อแม่

29.ในปี 2004 นักวิจัยยังพบว่า มีครูและโค้ชรวมไปถึงบคลากรในโรงเรียน อยู่จำนวน 9.6% ที่เป็นผู้ก่อเหตุการล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียน มีตั้งแต่ พูดลวนลามทางเพศไปจนถึงการร่วมเพศ

30.เด็กที่เป็นเหยื่อจำนวน 95% รู้จักกับผู้ก่อเหตุ

31.ผู้ลงมือก่อเหตุมักมีอายุมากกว่าเหยื่อ 10 ปีขึ้นไป และมีมากกว่าครึ่งที่มีอายุไม่เกิน 35 ปี

32.นักวิจัยในอเมริการะบุว่าผู้หญิงที่เคยตกเป็นเหยื่อในตอนเด็กมีโอกาสเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น 62%

33.พวกชอบลวนลามเด็กนั้นมีอยู่ทุกชนชั้น ส่วนใหญ่ผู้ก่อเหตุมักจะ 1.เป็นผู้ชาย 2.ทำงานในสถานที่ใกล้ชิดกับเด็กจำนวนมาก 3.ตีสนิทกับผู้ปกครองและทำให้เด็กไว้ใจ 4.มักเข้าร่วมกิจกรรมการดูกีฬา ไปแคมป์ปิ้ง และไปหาเหยื่อตามร้านเกมส์

34.โดยเฉลี่ยแล้วพวกที่ชอบเด็กผู้หญิงจะหาเหยื่อได้อย่างราวๆ 52 คน ส่วนพวกชอบเด็กผู้ชายสามารถหาเหยื่อได้อย่างน้อย 150 คนขึ้นไป!!

35.FBI ระบุว่ามีผู้ชายจำนวน 1 ใน 10 ที่จะเป็นผู้ลงมือก่อเหตุและมีโอกาสถูกจับได้น้อยมาก และเด็กทุกคนมีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อมากถึง 25%

36.ดร. Herbert Wagemaker ระบุว่ามีประชากร 4% ที่เป็นพวกชอบเด็ก

37.ผู้ก่อเหตุมักมีโอกาสถูกตำรวจจับตัวซ้ำๆถึง 52% พวกนี้ก่อเหตุไม่เลิก

38.พวกชอบเด็กส่วนใหญ่ก็มักจะชอบผู้ใหญ่ด้วยเหมือนกัน มีจำนวนน้อยมากที่รู้สึกชอบเฉพาะเด็กเท่านั้น

39.หมั่นสังเกตุอาการลูกหลานให้ดีว่ามีอาการเหล่านี้หรือไม่ 1.ชอบวาดรูปน่ากลัวโดยใช้หมึกสีดำและสีแดง 2.ซึมเศร้า 3.เสื้อผ้าบางส่วนฉีกขาด 4.มีอาการบาดเจ็บแปลกๆ 5.กลัวการถูกสัมผัสและการตรวจร่างกาย 6.มีอาการหวาดกลัวคนบางคน(ที่ลักษณะเหมือนผู้ก่อเหตุ) หรือกลัวสถานที่บางแห่ง (ที่คล้ายกับสถานที่ที่เคยถูกกระทำ) 7.มีอาการใคร่ไม่รู้อิ่ม (หาข้อมูลได้ในกูเกิ้ล) 8.ไม่สุงสิงกับใคร 9.รวมกลุ่มกับเด็กคนอื่นเพื่อทำกิจกรรมทางเพศ ถ้ามีอาการเหล่านี้แสดงว่าลูกหลานของท่านอาจเคยตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศ ควรหาทางจับกุมคนร้ายและหาทางเยียวยาเด็กเสียแต่เนิ่นๆ

40.ผู้ต้องหาในคุก มักจะทำร้ายผู้ต้องหาที่ก่อคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ขนาดคนติดคุกด้วยกันยังรังเกียจเลยเห็นป่ะ พวกที่ล่วงละเมิดทางเพศเด็กมักถูกมองเป็น “คนสกปรก” การทำร้ายหรือฆ่าคนแบบนี้จะถือเป็นการช่วยเหลือสังคม

41.ในตามลำดับชั้นของผู้ต้องหาในคุก พวกขี้ขโมยและพวกผู้ต้องหาประเภทล่วงละเมิดทางเพศเด็ก จะถูกรังเกลียดมากที่สุดและมีลำดับชั้นต่ำที่สุดในคุก

42.ผู้ปกครองสามารถป้องกันการเกิดเหตุได้ด้วยการหาความรู้ใส่ตัวและสอนเด็กให้รู้จักเอาตัวรอด สอนเด็กให้หวงตัว สอนให้รู้ว่าอวัยวะส่วนไหนเป็นของสงวนห้ามใครแตะต้อง และที่สำคัญคือ “ฟังสิ่งที่ลูกพูดให้ดีๆ” เด็กอาจพยายามบอกอะไรกับเราอยู่ก็เป็นได้

สุดท้ายนี้ถ้าคุณรู้ตัวว่าเป็นหนึ่งในบรรดาคนรักเด็ก ก็ให้เตือนตัวเองซะว่า “ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ของเสีย” ตัวผู้เขียนเองก็เคยถูกลวนลามตอนเด็กหลายครั้งเหมือนกัน(ก็คนมันน่ารักอ่ะ) เหตุการณ์ยังคงหลอนในหัวจนทุกวันนี้

รวมข้อมูลและแปลโดย 108toplist.com

Leave a Reply