39 เรื่องน่ารู้ของโคลอสเซียม

39 เรื่องน่ารู้ของโคลอสเซียม สิ่งก่อสร้างสุดสร้างสรรค์ที่มีประวัติยาวนานและถูกเลือกให้เป็นหนึ่งใน 7 เจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ และยังเป็นต้นแบบของสนามกีฬาที่เราใช้กันอยู่จนถึงทุกวันนี้

39 เรื่องน่ารู้ของโคลอสเซียม

[1] โคลอสเซียมไม่ได้ถูกออกแบบโดยวิศวกรแต่ถูกออกแบบโดยกวีชาวโรมันชื่อว่า เวอจิล (Virgil) เขาเสียชีวิตลงอย่างสงบก่อนที่จะสร้างโคลอสเซียมเสร็จเรียบร้อย

[2] โคลอสเซียมดำเนินการก่อสร้างภายใต้กำสั่งของจักรพรรดิเวสปาเซียนซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งราชวงศ์ฟลาวิอุส ตั้งใจจะยกให้จักรพรรดิไททัสผู้สืบทอดบัลลังก์ของตน

[3] โคลอสเซียมบรรจุคนได้ประมาณ 5 หมื่น – 8 หมื่นคน และมักมีผู้เข้าชมโดยเฉลี่ยแล้ว 65,000 คนในแต่ละครั้ง

[4] โคลอสเซียมมีประตูทางเข้า 80 ประตูเลยทีเดียว

[5] มีการประมาณตัวเลขกันว่าที่โคลอสเซียม มีนักสู้ต้องสังเวยชีวิตกว่า 5 แสนคน และสัตว์ต้องตายอีกนับล้านจากการถูกจับเอามาต่อสู้กับคน

[6] มีประตูกับดักอยู่ในสนามประลองมากถึง 36 บาน เพื่อใช้ในการแสดงสเปเชียลเอฟเฟคในสนามประลอง

[7] ผู้ชมทุกคนสามารถเข้าชมได้ฟรีถือเป็นความบันเทิงอันยิ่งใหญ่ในสมัยนั้น

[8] ทุกครั้งที่มีการจัดงานเทศกาลที่โคลอสเซียมจะต้องจัดงานอย่างน้อย 100 วัน

[9] ช่วงแรกเคยมีการเอาน้ำใส่ในโคลอสเซียมจัดสงครามเรือจำลองเพื่อความบันเทิงด้วยนะ แต่ไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่จนถูกย้ายไปจัดแสดงที่อื่นแทน

[10] โคลอสเซียมถูกก่อสร้างโดยใช้แรงงานชาวยิวประมาณ 6 หมื่นคน ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 10 ปีเท่านั้น

[11] หินอ่อนและบางส่วนของโคลอสเซียมถูกเอาไปใช้ก่อสร้างมหาวิหารนักบุญเปโตร

[12] เคยเกิดภัยพิบัติหลายครั้งแต่ครั้งที่รุนแรงที่สุดคือแผ่นดินไหวในช่วง 847 AD – 1231 AD ทำให้โคลอสเซียมมีสภาพเสียหายอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

[13] ชื่อเดิมของโคลอสเซียมคือ โรงละครฟลาวิอุส (Flavian Amphitheater) ตั้งชื่อตามราชวงศ์ฟลาวิอุส

[14] โคลอสเซียมถูกสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ 3 อย่าง 1.ราชวงศ์ฟลาวิอุสต้องการให้ของขวัญแก่ประชาชน เพื่อเรียกคะแนนนิยม 2.เพื่อใช้ในการแสดงเพื่อความบันเทิงทุกประเภท 3.เพื่อใช้เป็นสถานที่แสดงผลงานต่างๆของวิศวกรชาวโรม

[15] ในช่วงที่มีการจัดงานเกมการสถาปนาของจักรพรรดิไททัส มีสัตว์ป่าต้องสังเวยชีวิตที่นี่ 9,000 ตัว

[16] ในยุคของจักรพรรดิเทราจันทรงฉลองชัยชนะจากสงครามโดยจัดงานแข่งขันต่อสู้โดยมีนักสู้ 10,000 คน และสัตว์ประมาณ 11,000 ตัวเข้าร่วมการแข่งครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 123 วัน

[17] การต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเหล่ากลาดิเอเตอร์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 435 CE และการล่าสัตว์ครั้งสุดท้ายจบลงที่ช่วง 523 CE

[18] ดูจากหลักฐานที่หาเจอ พบว่ามีการใช้วัว 200 ตัวในการขนส่งหินอ่อนเพื่อสร้างโคลอสเซียม

[19] ต้องใช้หินอ่อนในการสร้างโคลอสเซียมมากถึง 100,000 ลูกบาศก์เมตร

[20] แต่ละปีจะมีคนมาเยี่ยมชมโคลอสเซียมเป็นล้านคน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังที่สุดของโรม

[21] กลาดิเอเตอร์คือกลุ่มคนที่ถูกเบียดเบียนมากที่สุด มีทั้งคนชื่มชมยกย่องและคนที่ด่าทออย่างหยาบคายเป็นจำนวนมาก กลาดิเอเตอร์ส่วนใหญ่เป็นทาสและอีกกลุ่มนึงคือนักสู้ที่เข้ามาอย่างสมัครใจ

[22] ปกติแล้วในปัจจุบันโคลอสเซียมจะเปิดให้บริการในช่วง 8-9 โมงเช้า และจะปิดบริการก่อนพระอาทิตย์ตก 1 ชั่วโมง

[23] ถึงแม้ว่าจะบรรจุคนได้ 5 – 8 หมื่นคน แต่โคลอสเซียมสามารถระบายคนออกได้ทั้งหมดโดยใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น

[24] โคลอสเซียมถูกใช้งานเป็นเวลาทั้งหมด 390 ปี

[25] ศิลปินในยุคปัจจุบันหลายคนก็เคยมาเปิดคอนเสริตที่นี่ ก็มี Ray Charles , Paul McCartney , Billy Joel และ Elton John

[26] ที่โคลอสเซียมมีทางเข้าเฉพาะสำหรับแขก VIP ไม่ว่าจะเป็น จักพรรดิ , วุฒิสมาชิก , เศรษฐี เป็นต้น

[27] ในระหว่างการประลองต่อสู้ของกลาดิเอเตอร์ นักสู้ทั้งหลายจะเดินเข้ามาโดยใช้ประตูใหญ่ที่เรียกกันว่า Gate of Life หลังจากแข่งเสร็จถ้ายังรอดก็จะเดินกลับออกไปโดยใช้ประตูนี้ แต่ถ้าใครไม่รอดจะถูกหามศพออกจากอีกประตูนึงคือ Gate of Death นั่นเอง

[28] สัตว์ที่ถูกเอามาที่โคลอสเซียมไม่ได้มีแค่เสือและสิงโตหรือฮิปโป แต่ยังมีจระเข้และนกกระจอกเทศ กวางตัวผู้เขาใหญ่ๆ วัว และมีอีกมากมายหลายสายพันธุ์ที่ถูกขังเอาไว้ชั้นล่าง

[29] จักรวรรดิโรมันมีโรงละครมากกว่า 250 แห่ง และโคลอสเซียมคือสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ชาวโรมันเคยสร้างมา

[30] เคยมีพืชกว่า 400 สายพันธุ์เติบโตขึ้นที่โคลอสเซียมแห่งนี้

[31] โคลอสเซียมมีการติดตั้งใบเรือขนาดยักษ์เพื่อป้องกันผู้ชมจากแสงแดด

[32] กลาดิเอเตอร์มีหลายประเภทมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป 1.Retiarius จะใช้หอกสามง่ามกับตาข่ายเป็นอาวุธ 2.Samnite พวกนี้ใช้โล่และดาบสั้น 3.Bestiari จะต่อสู้กับสัตว์เท่านั้น 4.Murmillo จะใช้โล่และดาบยาวและความหมวกเหล็กหน้าตาแปลกๆ คล้ายๆทรงผมโมฮอก และยังมีอีกหลายรูปแบบแตกต่างกันไป

[33] มีผู้หญิงเป็นกลาดิเอเตอร์ด้วยนะแต่มีน้อยและหายากมากๆ

[34] ชื่อโคลอสเซียมมีที่มาจากรูปปั้นจักรพรรดิเนโรซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆโคลอสเซียม

[35] ริดลีย์ สก็อตต์ ผู้กำกับภาพยนต์เรื่อง กลาดิเอเตอร์ รู้สึกว่าโคลอสเซียมของจริงมันเล็กไป โคลอสเซียมที่เห็นกันในภาพยนต์จึงใหญ่กว่าของจริงมากๆ

[36] ปัจจุบัน Guinness World Record ยังคงจัดอันดับโคลอสเซียมให้เป็นโรงละครที่ใหญ่ที่สุดในโลก

[37] คาดกันว่ากลาดิเอเตอร์ที่รอดชีวิตมาได้จากการต่อสู้ทุกครั้ง มีเพียง 15-18 คน เท่านั้น

[38] หลังจากที่กลาดิเอเตอร์ทำลายอาวุธหรือสังหารฝ่ายตรงข้ามได้ เขาจะหันหน้าไปหาจักรพรรดิและเหล่าผู้ชม เพื่อคอยการตัดสินหากจักรพรรดิชูนิ้วโป้งขึ้นเขาจะได้อยู่ต่อ แต่หากชี้นิ้วโป้งลงข้างล่างก็ตายสถานเดียว จะมีนักสู้กี่คนที่ได้เป็นคนโปรดกันหนอ…

[39] บางครั้งพวกนักโทษจะถูกส่งไปสู้กับสัตว์โดยไม่ให้อาวุธและชุดเกราะ สรุปคือเป็นการประหารแบบเชือดไก่ให้ลิงดูนั่นแหละ

แปลและรวมข้อมูลโดย 108toplist.com

Leave a Reply