42 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “ความตาย”

42 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “ความตาย” รวมเกร็ดความรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความตาย มีหลายเรื่องที่ท่านทั้งหลายไม่เคยอ่านที่ไหนมาก่อนแปลที่นี่ และเผยแพร่ที่ 108toplist.com เป็นที่แรก เราคือต้นฉบับ อ่านแล้วได้ความรู้ใหม่หลายเรื่องแน่นอนจ้า

42 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “ความตาย”

1.หลังจากที่ใครตายไปแล้ว 3 วัน เอนไซม์ (Enzyme) ในระบบย่อยอาหารจะเริ่มย่อยร่างกายของคนๆนั้น

2.มีการประมาณแล้วว่าทั่วทั้งโลกจะมีคนเสียชีวิตประมาณวันละ 150,000 คน

3.นครนิวยอร์กคือเมืองที่มีคนเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายมากกว่าถูกฆาตกรรม

4.หลังจากเสียชีวิตแล้ว ลูกตาของผู้ตายจะมีลักษณะราบเรียบมากขึ้นเพราะมันไม่มีแรงดันเลือดแล้วนั่นเอง

5.หลังจากเสียชีวิตไป 1-9 นาที ตาดำของผู้ตายจะขยายตัว

6.คนส่วนใหญ่ตายแบบลืมตาเป็นเรื่องปกติเลยนะ ไม่ใช่ว่าตายตาไม่หลับเพราะมีเรื่องที่ตนเป็นห่วงอย่างที่คนเชื่อกัน

7.ถึงแม้ว่าจะตายไปแล้ว 6 ชั่วโมงศพก็ยังมีอาการกล้ามเนื้อกระตุกเป็นช่วงๆได้อยู่

8.คนถนัดซ้ายมักจะหมดอายุขัยเร็วกว่าคนถนัดขวาเฉลี่ยแล้วเร็วกว่ากัน 3 ปี

9.ทันทีที่ตายประสาทการรับรู้ต่างๆของผู้ตายจะค่อยๆหายไป การได้ยินคือสิ่งสุดท้ายที่ผู้ตายรับรู้

10.ฉลามฆ่าคนตายประมาณ 12 คนต่อปี แต่คนฆ่าฉลามประมาณ 11,417 ตัว/ชั่วโมง

11.ที่ประเทศเอธิโอเปียมีเด็กเสียชีวิตในวัย 5 ขวบ เยอะกว่าเด็กในยุโรปมากถึง 30 เท่า

12.การขาดการออกกำลังกายเป็นอีกหนึ่งสาเหตุการตายระดับโลกเลยทีเดียว

13.มลภาวะทางอากาสทำให้คนเสียชีวิตมากถึงปีละ 7 ล้านคน

14.ตู้ขายของอัตโตมัติทำให้ผู้ใช้งานเสียชีวิตอย่างน้อยปีละ 13 คน

15.มีการประมาณแล้วว่าในประวัติศาสตร์มีทหารและพลเรือนเสียชีวิตจากสงครามประมาณ 150 ล้าน – 1 พันล้านคน

16.ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีผู้ชายชาวโซเวียต 80% ที่เกิดในปี ค.ศ.1923 ต้องจบชีวิตลงเพราะสงคราม

17.ในปี ค.ศ.1900 อายุขัยเฉลี่ยของคนอเมริกันอยู่ที่ 45 ปี ต่อมาในปี ค.ศ.1950 เพิ่มเป็น 68 และเมื่อถึงปี ค.ศ.2000 ก็เพิ่มเป็น 77 ปี

18.ในทุกๆนาที จะมีเซลล์ในร่างกายของเราจำนวน 300 ล้านเซลล์ที่ตายไป

19.คำคมของอดีตนักข่าวชื่อดังนามว่า Norman Cousins (เสียชีวิตในปี ค.ศ.1990) มีดังนี้ “ความตายไม่ใช่ความสูญเสียครั้งใหญ่ของชีวิต สิ่งที่ตายอยู่ในตัวเราตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่ต่างหากที่เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่”

20.ผมและเล็บจะหยุดงอกทันที่หลังจากที่เราตายแล้ว

21.หลังจากที่เราเสียชีวิตแล้วกล้ามเนื้อในร่างกายของเราจะผ่อนคลาย ทำให้ตาทำพองโต และหลับตาไม่สนิท และขากรรไกรหย่อน เห็นคนตายตาไม่หลับไม่ต้องดราม่า นี่มันเรื่องปกติ

22.นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Southampton University ระบุว่า หลังจากที่ผู้เสียชีวิตเข้าสู่ช่วง clinical death (หยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้นพร้อมกัน) จะยังสามารถรับรู้อะไรได้อยู่ต่อไปอีกไม่กี่นาที (ยังตายไม่สนิทนั่นเอง)

23.ปัจจุบันยังมีศพนักปีนเขาประมาณ 200 ศพถูกดอง(ด้วยอุณภูมิเย็นจัด)ไว้ในที่ใดที่หนึ่งในยอดเขาเอเวอเรสต์

24.ศพจะเริ่มเน่าหลังจากเสียชีวิตไปแล้ว 3-5 วัน

25.หลังจากที่คุณตายแล้วแบคทีเรียจะเริ่มกินศพของคุณ

26.ปกติแล้วแมลงวันคือแมลงขนิดแรกที่จะมาตอมศพเพื่อวางไข่

27.นักวิทยาศาสตร์จัดกลุ่มแมลงที่กัดกินซากศพโดยตั้งชื่อกลุ่มว่า “necrophagous” ซึ่งแปลว่า “ความตาย” และ “เพื่อกิน”

28.นอกจากเทศกาลวันวันฮาโลวีนแล้วยังมีอีกหนึ่งเทศกาลเกี่ยวกับความตายที่โด่งดังมากเลยคือ Dia de los Muertos (Day of the Dead) อันที่จริงมีเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับความตายเยอะแยะแต่สองเทศกาลนี้ดังที่สุดละ

29.ตั้งแต่เริ่มยุค Homo sapiens (มนุษย์ยุคปัจจุบัน) ตั้งแต่ 2 หมื่นปีที่แล้ว มาจนถึงวันนี้ มีคนที่เกิดก่อนพวกเราและเสียชีวิตล้มตายจากเราไปแล้วประมาณ 100 พันล้านคน

30.คนอียิปต์มองชีวิตหลังความตายไม่ต่างจากการเดินทาง เหมือนเป็นเส้นทาง

31.คำพูดสุดท้ายก่อนตายของ โทมัส เอดิสัน คือ “It is very beautiful over there.” (สงสัยได้ไปสวรรค์แหงๆเลย)

32.สิ่งมีชีวิตในสมัยโบราณจำนวนเกือบ 99% ได้สูญพันธุ์ไปหมดแล้วเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศโลกและเหตุการณ์ครั้งใหญ่ต่างๆนาๆ

33.โรคหัวใจคือสาเหตุการเสียชีวิตของมนุษย์เป็นอันดับต้นๆของโลก

34.มีคนตายขณะที่ตัวเองกำลังถ่ายเซลฟี่เป็นจำนวนมากกว่าที่ถูกฉลามฆ่าตายเสียอีก

35.อัตราการฆาตกรรมและการฆ่าตัวตายจะลดลงในช่วงเทศกาลวันหยุด

36.นักวิจัยระบุว่าคนที่ทานอาหารแต่พอดีจะมีอายุยืนมากกว่าคนที่ทานเต็มพิกัดหรือเกินพิกัด

37.มีการประมาณแล้วว่า “ไข้มาลาเรีย” คือสาเหตุการตายประมาณ 50% ของมนุษย์ทั้งหมดที่เคยมีชีวิตมาก่อน

38.โดยเฉลี่ยแล้วที่อเมริกามีผู้ป่วยประมาณวันละ 21 คน ที่เสียชีวิตระหว่างการรอรับการปลูกถ่ายอวัยวะ เพราะมีอวัยวะถูกบริจาคไม่พอกับจำนวนผู้ป่วย

39.ตั้งแต่ปี ค.ศ.1985 เป็นต้นไป มีคนเสียชีวิตเพราะโรค HIV แล้วประมาณ 22 ล้านคน และมีคนติดเชื้อไปแล้ว 36 ล้านคน เชื่อว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

40.ในปี ค.ศ.1918 มีการประมาณแล้วว่า เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Flu) ฆ่าคนไปประมาณ 21,000,000-50,00,000 คน ถือเป็นเชื้อไวรัสที่อันตรายมากที่สุดในประวัติศาสตร์

41.ในปี ค.ศ.1347-1352 กาฬโรคทำให้ทั่วโลกคนตายไป 75 ล้านคน ประชากรจำนวน 1 ใน 3 ในยุโรปต้องเสียชีวิตเพราะกาฬโรค

42.ในทุกปีอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้คนทั่วโลกเสียชีวิตประมาณ 1.2 ล้านคน บาดเจ็บอีกประมาณ 140,000 คน และ พิการตลอดชีวิตอีกประมาณ 140,000 คนต่อปี เวลาขับรถหรือข้ามถนนระวังตัวให้ดีโดยเฉพาะพวกที่เดินไปใช้มือถือไปเนี่ยตายกันเยอะ

รวมข้อมูลและแปลโดย 108toplist.com

Leave a Reply