46 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการลดพุง “ชีวิตเปลี่ยนแน่!! คุณก็ทำได้!!”

46 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการลดพุง “ชีวิตเปลี่ยนแน่!! คุณก็ทำได้!!” รวมเกร็ดความรู้ และข้อควรระวังจากการลดนำหนักด้วยวิธีของคนขี้เกียจเอาไว้หลายข้อ อ่านกันซะนะครับ จะได้รู้ว่ามีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง และมีเกร็ดความรู้อื่นๆอีกด้วย คำขวัญในการลดน้ำหนักส่วนตัวของผมคือ “ตามใจปากเป็นหมู ตามใจจู๋เป็นเอดส์”

46 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการลดพุง “ชีวิตเปลี่ยนแน่!! คุณก็ทำได้!!”

1.ถ้าลดไขมันรอบเอวสำเร็จ จะมีการปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบสมอง มีการทดสอบแล้วทำให้ผลการสอบดีขึ้น มีการพิสูจน์แล้วว่าความอ้วนมีผลเสียต่อความจำ

2.เซลล์ไขมันจะมีอายุ 7 ปี เมื่อตายไปแล้วจะมีเซลล์ใหม่เกิดขึ้นมาทดแทน ร่างกายจะคอยตรวจสอบว่ามีเซลล์ไขมันจำนวนเท่าไหร่และในแต่ละเซลล์มีไขมันอยู่ในนั้นเท่าไหร่ ดังนั้น เมื่อมีการใช้วิธีดูดไขมันออกจากร่างกาย ร่างกายจะสร้างเซลล์ไขมันใหม่ในบริเวณอื่นๆ สร้างปัญหาใหม่ให้กับตัวผู้ที่ไปดูดไขมันนั่นเอง ดังนั้นใช้วิธีออกกำลังกายและนับแคลอรี่ไปนั่นแหละดีแล้ว

3.ความอ้วนนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งหลายชนิดเลยทีเดียว ลดความอ้วนก็ลดโอกาสเป็นมะเร็ง

4.จากการวิจัยจากมหาวิทยาลัย University of Minnesota คนที่ไม่จัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ มักจะชอบบริโภคของทานเล่นที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

5.มีการสำรวจแล้วว่า 87% ของคนที่รับการรักษาโรคอ้วนด้วยวิธีการผ่าตัด (Bariatric Surgery) จะมีการทำงานของ “ต่อมรับรส” เปลี่ยนแปลงไป และมีคนจำนวน 50% ที่ต้องกินอาหารและรู้สึกไม่อร่อยไปตลอดชีวิต!!!

6.การลดน้ำหนักจะช่วยลดอาการโรคข้ออักเสบได้แน่นอน

7.ในช่วงศตวรรษที่ 20 ผู้ผลิตบุหรี่มักโกหกโน้มน้าวลูกค้าว่าบุหรี่ช่วยลดความอ้วนได้

8.นักกวีหน้าหล่อชาววิกตอเรีย ชื่อว่า Lord Byron คือมนุษย์แรกของโลก ที่กลายเป็นบุคคลตัวอย่างในการไดเอทของคนทั่วไป

9.ความเครียดจะทำให้ลดน้ำหนักได้ยากมากยิ่งขึ้นไปอีก ฮอร์โมนความเครียดจะทำให้ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น การออกกำลังกายจะช่วยเผาผลาญพลังงานและลดความเครียดไปพร้อมกัน ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

10.การอดนอนจะทำให้ลดน้ำหนักได้ยาก ควรเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม

11.การมีเซ็กส์ช่วยเผาผลาญพลังงาน 150–250 แคลอรี่ ต่อครึ่งชั่วโมง ไม่มากเท่าการออกกำลังกายแต่ช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดี 555

12.มีผลงานวิจัยอยู่งานนึง พบว่าการใช้จานสีแดงจะทำให้มีความอยากอาหารน้อยลง โดยนักวิจัยสันนิษฐานว่า เป็นเพราะในชีวิตประจำวันนั้น สีแดงจะถูกใช้ในการทำป้ายระวังอันตรายอยู่เสมอ จิตใต้สำนึกของคนเลยรู้สึกระวังเมื่อเห็นสีแดง

13.สารให้ความหวาน อาจทำให้ร่างกายพยายามสะสมไขมันมากขึ้นได้ เป็นอันตรายต่อสมอง และสามารถทำให้เป็นมะเร็งได้

14.คนที่นั่งทานอาหารในห้องทานอาหารหรือในครัวจะอ้วนน้อยว่า คนที่ไปนั่งทานอาหารในห้องดูทีวี (ดูไปก็กินไป)

15.การวิจัยพบว่าเมื่อเรานั่งนานๆ ร่างกายจะเข้าสู่โหมดพักผ่อน ซึ่งจะทำให้การเผาผลาญพลังงานน้อยลงไปอีก ใครที่นั่งเล่นคอมนานๆต้องระวัง นั่งนานไม่ดีต่อสุขภาพเลย

16.การวิจัยยังพบอีกว่าพวกที่นั่งนานๆเป็นกิจวัตรจะมีอายุขัยน้อยลง

17.ยาลดความอ้วนสามารถทำให้เป็นโรคซึมเศร้าและมีอาการทางจิตแบบอื่นๆได้

18.ทุกครั้งที่รอบเอวลดลงเราจะรู้สึกว่า มีพลังงานในร่างกายมากขึ้นรู้สึกเหนื่อยน้อยลง พอไขมันในร่างกายมีน้อยลง ภาระในการรับน้ำหนักของร่างกาย ก็น้อยลงเช่นกัน

19.การนั่งทำงานจะเผาผลาญพลังงาน 83 แคลอรี่/ชั่วโมง การยืนทำงาน(ที่โต๊ะทำงาน) จะเผาผลาญพลังงาน 115 แคลอรี่/ชั่วโมง การขึ้นบันได 1 ชั่วโมงจะเผาผลาญพลังงาน 509 แคลอรี่/ชั่วโมง!!

20.การมีกล้ามเนื้อจะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น กล้ามเนื้อจำนวน 1 ปอนด์จะทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานมากขึ้นวันละ 22 – 36 แคลอรี่

21.มหาวิทยาลัยในรัฐโอไฮโอวิจัยพบว่า ผู้หญิงที่ต้องเผชิญกับความเคลียดภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จะทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานน้อยลงกว่าเดิม 104 แคลอรี่

22.การดื่มเครื่องดื่มประเภท Diet Soda ทุกวัน กลับกลายเป็นว่าเพิ่มโอกาสเป็๋นโรคอ้วนมากถึง 41% ซะงั้น

23.การรับประทานน้ำตาลน้อยลงสามารถช่วยเรื่องการลดน้ำหนักได้จริง ต้องระวังอาหารรสหวานให้ดี

24.ทั่วโลกมีผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานประมาณ 1 พันล้านคน

25.ในปี ค.ศ.2012 ชาวอเมริกันใช้เงินไปกับการ “ไดเอท” รวมกันแล้ว 60 พันล้านเหรียญ ธุรกิจลดน้ำหนักหรือออกกำลังกายนี่ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมใหญ่มากอยู่นะ บ้านผมเคยเปิดร้านยาในทำเลห่วยๆ ร้านค้าอื่นๆในย่านเดียวกันแทบไม่มีใครเข้าร้านเลยเจ๊งกันหมด ยกเว้นร้านเดียวที่คนยอมเดินทางมาจ่ายเงินให้ถึงที่ คือ “ฟิตเนส” นั่นเอง

26.ในปัจจุบันผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน จำนวน 50% กำลังอยู่ในระหว่างการลดความอ้วน คนหันมาดูแลสุขภาพกันเยอะมากๆ

27.โดยเฉลี่ยแล้วในร่างกายผู้ใหญ่มีเซลล์ไขมันอยู่จำนวน 50 พันล้านเซลล์

28.การทานอาหารสุขภาพและการออกกำลังกายจะไม่ทำให้เซลล์ไขมันหายไปไหน พวกมันพร้อมจะทำให้คุณกลับมาอ้วนอีกเมื่อคุณกลับมากินอาหารและน้ำตาลแบบตามใจปาก

29.เซลล์ไขมันจะมีอยู่ทั่วทุกส่วนของร่างกาย ยกเว้นบริเวณ เปลือกตา , หลอดอาหาร , หน้าขา , จู๋ (ไม่เคยมีใครจู๋ยาวใหญ่ขึ้นเพราะความอ้วน มีแต่จะทำให้สั้นลงเพราะไขมันจะไปคลุมอยู่รอบๆด้านลง)

30.เซลล์ไขมันสามารถขยายขนาดได้ถึง 10 เท่า

31.คนบางคนเกิดมามีเซลล์ไขมันมากกว่าคนปกติสองเท่า ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากควบคุมอาหารและออกกำลังกายไปตลอดชีวิต เพื่อให้เซลล์ไขมันมีขนาดเท่าเดิมตลอดไป

32.พอเราโตเป็นผู้ใหญ่เราจะมีจำนวนเซลล์ไขมันเท่าเดิม แต่จะอ้วนหรือผอมมันอยู่ที่พฤติกรรมการกินล้วนๆ

33.หน้าอก (นม) ของผู้หญิงมีไขมันเป็นสวนประกอบค่อนข้างเยอะ การลดน้ำหนักเร็วเกินหรือผิดวิธีจะทำให้ขนาดเล็กลง ส่วนวิธีลดน้ำหนักไม่ให้หน้าอกเล็กลงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ (เคยเห็นครูสอนฟิตเนสของไทย ออกรายการทีวีคนนึง ตัวผอมแต่หน้าอกใหญ่มาก ยังรักษาขนาดไว้ได้ แต่มันนานแล้วล่ะจำไม่ได้ว่าสอนที่ไหน แต่น่าจะในกรุงเทพนะ คงต้องไปตามหากันเอาเองนะครับ เรื่องนี้ผมไม่สันทัด รู้แค่ว่าถ้าหาแฝนผอมๆหน้าอกใหญ่ๆได้ จะไม่ยอมให้กินจนอ้วนเด็ดขาด พอมาลดความอ้วนนี่ขนาดอาจเล็กลงแน่ๆ)

34.ไขมันในร่างกายจำนวน 1 ปอนด์ มันมีพลังงานเท่ากับ 3,500 แคลอรี่ ไปคำนวนกันเองว่าจะออกกำลังกายเผาผลาญวันละกี่แคลอรี่ดี (ลดน้ำหนักเร็วเกินระวังหน้าท้องย้วย หน้าอกแฟบ ค่อยๆทำไปอย่าต่อเนื่องไม่ต้องรีบ)

35.คนที่มีเครื่องดื่มโซดา หรือดื่มเป็นประจำ มีโอกาสอ้วนและมีน้ำหนักมากกว่าคนที่ไม่ชอบดื่มมากถึง 25 ปอนด์เลยนะ

36.หากคุณกำลังลดความอ้วน พยายามอย่าดูรูปภาพอาหารและรายการทำอาหาร เพราะสมองบางส่วนของคุณจะทำงานแบบเดียวกันกับตอนที่ติดยา สรุปว่าเลิกไม่ได้นั่นเอง แต่ถ้าคุณนั่งดูแต่เฉพาะรูปอาหารแคลอรี่ต่ำเพียงอย่างเดียว มันช่วยได้

37.มีการวิจัยที่น่าสนใจอยู่งานนึง พบว่าเวลาไปร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ คนอ้วนมักจะนั่งอยู่ไกล้ที่จัดวางอาหารบุฟเฟ่ต์ มากกว่าคนผอมถึง 16 ฟุต เวลาพวกคนผอมเข้าร้านบุฟเฟ่ต์ เขาจะสำรวจอาหารทั้งหมดแล้ววางแผนก่อนกิน ส่วนพวกคนอ้วนจะหยิบทุกอย่างที่ต้องการทันที เวลาอยู่ในร้านบุฟเฟ่ต์ คนอ้วนจะเคี้ยวอาหารเฉลี่ยแล้ว 12 ครั้ง ส่วนคนผอมประมาณ 15 ครั้ง

38.ผลวิจัยพบว่า คนที่มีลูกอม , ลูกกวาด เก็บไว้ในโต๊ะทำงาน จะมีน้ำหนักมากกว่าคนทั่วไป เฉลี่ยแล้ว 15.4 ปอนด์

39.การออกไปชอบปิ้งขณะกำลังหิวจะทำให้คุณซื้ออาหารมากขึ้น และมีโอกาสซื้ออาหารขยะมากขึ้นด้วย

40.กลิ่น peppermint ช่วยลดความอยากอาหารได้

41.โดยเฉลี่ยแล้วถ้าหากใครทานอาหารร่วมกับคนอื่น จะกินมากกว่าตอนทานคนเดียว 35% และถ้านั่งทานด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ จะทานมากกว่าตอนกินคนเดียว 96% เลยทีเดียว

42.การวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ไปทานข้าวพร้อมกับผู้ชายจะทานน้อยลง (กลัวว่าฝ่ายชายจะเสียขวัญ) มันช่วยได้จริงๆนะ แต่ว่า ถ้าหากไปกินกับคนอ้วน คุณจะกินมากขึ้นไม่ว่าเขาจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

*********** 4 ข้อข้างล่างนี้สำคัญมาก ***********

43.จากการเก็บข้อมูลพบว่า 97% ของคนที่ตั้งใจไดเอทอย่างต่อเนื่อง 3 ปี “จะได้ทุกอย่างที่ตัวเองเคยเสียไปกลับคืนมา” ภายใน 3 ปีนะครับ ดังนั้นเมื่อตั้งใจจะลดน้ำหนักแล้วก็อย่าเลิกกลางคัน คนจำนวนมาก “ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ” เลยนะ

44.ข่าวดีสำหรับผู้ชายที่สามารถลดไขมันในบริเวณพุงและบริเวณที่อยู่รอบ “กระเจี๊ยว” คุณจะได้ความยาวเพิ่มขึ้นมาแน่นอน (ความจริงแล้วต้องเรียกว่ากู้ความยาวกลับคืนมาถึงจะถูก) เพราะที่ผ่านมาส่วนด้านล่างสุดของ “กระเจี๊ยว” ของคุณมันโดนไขมันคลุมอยู่ไง ถ้าลดความอ้วนสำเร็จอาจจะได้เพิ่มมาเกือบสองนิ้วหรือมากกว่านั้น แล้วแต่ว่า “กระเจี๊ยว” ของคุณมันจมอยู่ใต้ไขมันมากน้อยแค่ไหน

ถ้าหากตอนอ้วนคุณวัดความยาวได้ 5 นิ้ว ภายหลังจากออกกำลังกายและควบคุมอาหารจนกำจัดไขมันจนหมด ความยาวที่แท้จริงของ “กระเจี๊ยว” ของคุณ อาจมีความยาว 7-8 นิ้ว ก็ด้าย อ๊างส์………..อ๊างส์…………อ๊างส์………….

ท่องไว้คาถานี้เอาไว้เลย “ยาวใหญ่มัดใจสาว , ยาวใหญ่มัดใจสาว , ยาวใหญ่มัดใจสาว” ท่องบ่อยๆรับรองโอเค

45.สุดท้ายนี้ไม่ได้จะเอาใจฟิตเนสนะ แต่การไปปรึกษาครูสอนฟิตเนสโดยตรง จะได้รับการสอนลดน้ำหนักที่ได้ผลจริงๆแน่นอน ถึงแม้ว่าคนสอนแต่ละคนอาจจะมีเทคนิคที่แตกต่างกันออกไปก็ตาม แต่สุดท้ายก็ต้องดูกันที่ผลลัพท์เป็นหลักถ้าลดได้จริงก็คือได้ผลอย่ามัวเถียงกันเรื่องวิธี (ถ้าเป็นผู้ชายปรึกษาครูคนไหนก็ได้ที่กล้ามสวย แต่ถ้าเป็นผู้หญิงและกังวลว่าหน้าอกจะเล็กลงก็พยายามหาครูสาวสวยหน้าอกอึ๋มให้เจอและต้องเป็นหน้าอกของจริงด้วย เพราะมันต้องดูที่ผลลัพท์ถูกมั๊ย ถ้าหน้าอกคนสอนไม่แฟบลง คุณก็ไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องหน้าอกตัวเอง)

46.”ตามใจปากเป็นหมู ตามใจจู๋เป็นเอดส์” โอ้วเย้………….. “ยาวใหญ่มัดใจสาว , ยาวใหญ่มัดใจสาว , ยาวใหญ่มัดใจสาว” เย้……….. , เห็นงานเป็นลม เห็นนมสู้ตาย โอ๊วเย้……….

รวมข้อมูลและแปลโดย 108toplist.com

This entry was posted in Health.

Leave a Reply