40 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “ความสุข”

40 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “ความสุข” ยังมีเกร็ดความรู้เรื่องความสุขอีกเยอะที่ท่านทั้งหลายอาจยังไม่เคยได้อ่านที่ไหนมาก่อน ในตำราเรียนทั้งโลกไม่มีเขียนเรื่องนี้ไว้แน่นอนจ้า หาอ่านได้จากเว็บเราแปลบทความดีๆให้อ่านกันตลอดเลยจ้า

40 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “ความสุข”

1.คนที่มีความสุขจะไม่กลัว “ความผิดพลาด”

2.มีรายงานการวิจัยว่ากลุ่มคนที่ใช้งานเว็บไซต์ Facebook และโซเชียลมีเดียอื่นๆเป็นเวลานานผิดปกติ คือกลุ่มคนที่มีระดับความ “เคารพตัวเองต่ำ” , ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับใคร และ ไม่ค่อยมีอารมณ์ด้านบวก

3.คนรวยก็มีปัญหาเรื่องความสุขเช่นกันแต่อาจจะน้อยกว่าชนชั้นอื่น ผลการสำรวจจากนิตยสาร Forbes พบว่าคะแนนความพึงพอใจในชีวิตของคนรวยในอเมริกาอยู่ที่ 5.8 จากเต็ม 7 คะแนน

4.พวกที่เช็คอีเมลล์บ่อยๆจะมีความสุขน้อยกว่าคนอื่น (เช็คอีเมลล์ 3 ครั้งต่อวันก็พอแล้ว อย่าเยอะ)

5.ผลการสำรวจความแตกต่างของความพึงพอใจในชีวิตของพลเมืองอเมริกันพบว่า คนอายุเกิน 65 ปีจำนวน 50% มีความพึงพอใจกับชีวิตตอนเอง มากกว่าพวกอายุ 18-24 ซึ่งมีอยู่แค่ 31% เท่านั้นที่รู้สึกพอใจกับชีวิตตนเอง

6.อาหารบางอย่างช่วยเพิ่มความสุขได้ เช่น นม,เนื้อไก่ , กล้วย และ ถั่ว ซึ่งมีกรดอะมิโนชื่อว่า ทริพโตเฟน (tryptophan) ซึ่งจะไปช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตฮอร์โมนเซโรโทนินซึ่งจะทำให้คุณอารมณ์ดี

7.นักวิจัยพบว่าการกินช็อกโกแลตในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้สมองหลั่งเอ็นโดรฟินซึ่งจะทำให้รู้สึกดี กินแค่นิดๆหน่อยก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นได้แล้ว ไม่ต้องไปกินมันหมดทั้งแท่งแบบนั้นมันเยอะเกิน

8.นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการดื่มกาแฟทำให้อารมณ์ดีขึ้นและมีการตอบสนองต่อการได้ยินคำพูดด้านบวกมากขึ้น เชื่อกันว่าคาเฟอีนมันไปกระตุ้นสมองในบริเวณที่ใช้เชื่อมต่อกับการสร้างความรู้สึกดีๆ

9.ความสุข “เป็นโรคติดต่อ” ชนิดหนึ่ง สามารถติดต่อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้ การคบเพื่อนที่เป็นคนมีความสุขจะเพิ่มระดับความสุขของคุณ 15% หรือแม้แต่การอยู่ใกล้กับคนรู้จักที่เป็นคนมีความสุขก็ยังสามารถเพิ่มความรู้สึกมีความสุขของเราได้ถึง 6%

10.10 อันดับของประเทศที่คนมีความสุขมากที่สุดคือ 1.สวิตเซอร์แลนด์ 2.ไอซ์แลนด์ 3.เดนมาร์ก 4.นอร์เวย์ 5.แคนาดา 6.ฟินแลนด์ 7.เนเธอร์แลนด์ 8.สวีเดน 9.นิวซีแลนด์ 10.ออสเตรเลีย

11.การรู้จักขอบคุณจนเป็นนิสัยจะช่วยให้คุณมีความสุขในชีวิตมากขึ้น

12.นักวิจัยพบว่าการเต้นแอโรบิก 20 นาที จะช่วยลดอาการซึมเศร้าและเพิ่มความสุขไปพร้อมๆกัน ในระหว่างที่ออกกำลังกายร่างกายจะเพิ่มหลั่งฮอร์โมนทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความสุข ยกตัวอย่างเช่น 1.เซโรโทนิน 2.เอ็นโดรฟิน 3.นอร์อิพิเนฟริน 4.เซโรงัง 5.โทนาฟ เป็นต้น

13.ความสุขมาจากพันธุกรรม 50% มาจากเหตุการณ์ต่างๆ 10% และอีก 40% เกิดจากการตัดสินใจของคุณเอง ว่าจะทำตัวเหมือนคนมีความสุขมั๊ย

14.อับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐอเมริกา เคยกล่าวว่า “โดยปกติแล้วผู้คนจะมีความสุขได้มากเท่ากับที่ตัวเองคิดไว้ว่าจะสามารถมีความสุขได้แค่ไหน” เรื่องความสุขในชีวิตเราเนี่ยเป็นความรับผิดชอบของตัวเราเองนะ อย่าไปโยนให้เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองใดๆในโลก ความสุขของเรามันไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่นมาตั้งแต่แรกแล้ว

15.คนที่ชีวิตมีความสุข ก็เคยมีประสบการณ์ที่ต้องฝ่าฟันหรือเคยเจอเรื่องร้ายๆมาแล้ว มีใครไม่เคยเจอเรื่องแย่ๆบ้าง สิ่งที่แตกต่างระหว่างคนที่มีความสุขกับคนที่ไม่มี คือ มุมมองที่ตัวเองมีต่อปัญหา คนมองโลกตัวเองในแง่ดีจะสะท้อนปัญหาที่ตัวเองเจอเด้งกลับออกไป และมีระดับความเสถียรของอัตราการเต้นของหัวใจที่ดีกว่าคนมองโลกในแง่ร้าย

16.งานอดิเรกและงานช่วยเหลือผู้อื่นสามารถเพิ่มความสุขได้

17.คนที่มองว่า “เวลา” เป็นทรัพยากรที่มีค่ามากกว่า “เงิน” จะมีความสุขมากกว่า

18.นักวิจัยพบว่าคนศาสนาคริสต์ที่ไปเข้าโบสถ์จะมีความสุขมากกว่าคนที่ไม่ได้ไป แต่ไม่ได้เป็นผลลัพธ์จากการนับถือคริสต์หรอกนะ แต่เป็นการได้ไปเจอเพื่อนๆในโบสถ์นั่นแหละ

19.สมองส่วนฮิปโปแคมปัสจะรับผิดชอบทำหน้าที่สร้างความสุขและความทรงจำดีๆ

20.การลูบน้องหมาน้องแมวจะช่วยให้เราหลั่งฮอร์โมนอ็อกซีท็อกซินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความผูกพันออกมา ช่วยเพิ่มความสุขในทันที แถมยังช่วยลดความดันโลหิตและลดความเครียด

21.หนังสือแนวสร้างความสุขหรือหนังสือแนวช่วยเหลือตนเองเป็นหนังสือที่ขายดีมาก ในแต่ละปีที่อเมริกา หนังสือพวกนี้มียอดขายรวมกันประมาณ 1 พันล้านดอลล่าร์ แต่ถ้าเป็นยอดขายทั่วโลกจะรวมกันได้ปีละ 17 พันล้านดอลลาร์

22.คนที่แต่งงานแล้วจะมีความสุขมากกว่าคนโสด (เฉพาะพวกที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่น่ะ)

23.ปริมาณของเวลาในการนอนหลับของแต่ละคนสามารถใช้เป็นเครื่องชี้วัดปริมาณความสุขได้ การอดนอนจะเพิ่มอาการซึมเศร้าและเพิ่มระดับความเครียด

24.นักวิจัยพบว่าการที่คู่รักที่มีเซ็กส์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ช่วยเพิ่มระดับความสุขให้สูงขึ้นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ายิ่งมีเซ็กส์มากยิ่งมีความสุขมากนะ ต่อให้มีเซ็กส์เป็นล้านครั้งใน 1 สัปดาห์ ปริมาณความสุขที่ได้มาก็ยังมีค่าเทียบเท่ากับมีเซ็กส์ 1 ครั้งใน 1 สัปดาห์อยู่ดี โอเคนะ

25.ความสุขของเด็กผู้หญิงจะเริ่มลดลงหลังจากอายุ 11 ปี แล้วไปอยู่ในระดับคงที่ในช่วงอายุ 16 ปี

26.นักวิทยาศาสตร์พบว่าอุณหภูมิของแต่ละวันมีผลต่อความสุขด้วยนะ อุณหภูมิ 57.02 องศาฟาเรนไฮต์เนี่ยถือว่าดีเยี่ยม ทำให้มีความสุข

27.ในปี 2003 มีการค้นพบว่า สามีจะมีความสุขมากขึ้นถ้าหากภรรยาดูสวยมีเสน่ห์มากขึ้น

28.การใช้เงินซื้อประสบการณ์เช่น ไปคอนเสิร์ตหรือไปเที่ยว จะได้รับความสุขมากกว่าใช้เงินซื้อสิ่งของ

29.การเล่นโยคะในระยะยาวจะช่วยเพิ่มความสุข ลดความกลัว ลดความโกรธ รวมไปถึงลดความเมื่อยล้าทางกาย

30.การวิจัยพบว่านักกีฬาที่ได้เหรียญทองแดงมีความสุขมากกว่าคนที่ได้เหรียญเงิน เพราะแค่ได้เหรียญมาก็รู้สึกดีแล้ว

31.นักวิจัยระบุว่าระดับความสุขของพ่อแม่จะส่งผลกระทบต่อระดับความสุขของลูกๆด้วย

32.เด็กที่ทานอาหารเย็นร่วมกันกับครอบครัวจะมี ระดับความสุข ความสำเร็จ และมีสุขภาพดีมากกว่าเด็กที่ไม่ได้กิน

33.นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าในขณะที่เราได้ยินเสียงคนอื่นหัวเราะ เซลล์สมองกระจกเงาของเราจะทำงานทำให้เรารู้สึกเหมือนตัวเองก็กำลังหัวเราะไปด้วย

34.ผู้ปกครองที่ให้ความสำคัญกับความสำเร็จของบุตรหลานของตนมากเกินไป จะเป็นการเพิ่มโอกาสที่เด็กจะมีอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลให้มากขึ้น

35.เด็กที่ถูกสอนให้มองโลกในแง่ดี (หมายถึงสอนเป็นประจำไม่ใช่สอนแค่ครั้งสองครั้ง) จะลดความเสี่ยงที่จะมีอาการซึมเศร้าได้ 50%

36.นักวิจัยพบว่าการปล่อยให้เด็กเล่นอะไรก็ได้ตามใจ โดยไม่ต้องให้ผู้ใหญ่เข้าไปยุ่งหรือให้คำแนะนำ จะช่วยให้เด็กรู้จักแบ่งปัน , เจรจาต่อรอง , ทำงานเป็นทีม , รู้จักพูดปกป้องตัวเอง ซึ่งจะทำให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขในอนาคต (ประมาณว่าให้ผู้ใหญ่รูดซิบปากแล้วคอยดูเด็กเล่นไป อย่าให้เล่นอันตรายก็พอแล้ว เด็กมันอยากเล่นอะไรไม่ต้องไปยุ่งไม่ต้องชี้นำ ปล่อยให้เป็นตัวเองตั้งแต่เด็กไปเลย)

37.การสอนเด็กให้รู้จักการการบังคับตนเอง ควบคุมตนเอง จะช่วยให้เด็กพบกับความสุขความสำเร็จในอนาคต และมีระดับความฉลาดที่สูงขึ้น

38.คนที่มีความสุขมักจะดูทีวีน้อยกว่าคนไม่มีความสุข นักวิจัยยังพบว่าเด็กที่ดูทีวีน้อยจะมีความสุขมากกว่าเด็กที่ดูทีวีบ่อย

39.ความเสียดายในสิ่งที่ไม่เคยลงมือทำจะหนักหนาสาหัสและติดค้างในใจนานกว่าเสียดายในสิ่งที่ลงมือทำแต่ไม่สำเร็จ

40.ผู้หญิงที่คบหาพบปะกับเพื่อนซี้อยู่เป็นประจำจะมีอายุยืนกว่าผู้หญิงคนอื่น 22%

*** แถมส่งท้าย ***

การฟังดนตรีแจสสามารถช่วยปรับจูนคลื่นสมอง ให้มีความวิกตกกังวลน้อยลง , มีอาการซึมเศร้าน้อยลงได้มากถึง 25% , เพิ่มภูมิคุ้มกัน , ลดความดันโลหิต , ขยันขึ้น , มีความครีเอทีฟมากขึ้น และทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ต้องฟังอย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมงฟังทุกวัน ฟังมันตลอดชีวิตไปเลย เพราะถ้าเลิกฟังคลื่นสมองของคุณมันก็จะกลับมาเหมือนเดิม จะเห็นผลภายใน 8 สัปดาห์ การเปลี่ยนคลื่นสมองต้องใช้เวลานานหน่อย

แต่ต้องเลิกฟังดนตรีแนวอื่นด้วยนะโดยเฉพาะ เพลงร็อคกับเพลงเฮฟวีเมทัลเนี่ยเลิกฟังไปเลย ดนตรีแนวนี้แหละที่เป็นตัวทำคลื่นสมองปั่นป่วนเลยแหละ พอคลื่นสมองมีความถี่สูงเกินสุขภาพกายและใจก็จะค่อยๆแย่ลง

ในปี ค.ศ.1973 เคยมีผลการทดลองจากการเปิดเพลงดนตรีคลาสสิกของอินเดียให้ต้นไม้ฟังต้นไม้มันยังงอกงามออกดอกออกผลได้เลยแถมยังเอนลำต้นชี้ไปทางลำโพงอีกด้วย แล้วก็มีการทดลองเปิดเพลงร็อคให้ต้นไม้ต้นอื่นฟังควบคู่กันไปด้วย พบว่าต้นไม้ที่เติบโตมามีใบเล็กผิดปกติแถมยังพยายามเอนลำต้นหนีออกจากลำโพงและพอผ่านไปแค่ 2 สัปดาห์ต้นไม้ต้นนี้ก็ตายเลย

ภายหลังก็มีคนทำการทดลองคล้ายๆกันพบว่า การให้ต้นไม้ฟังดนตรีแจสก็ทำให้ต้นไม้งอกงามได้เช่นกัน มันมีคนทำการทดลองแบบนี้หลายครั้งแล้ว เพราะงั้นกับคนเราก็เหมือนกันครับ เราสามารถใช้ดนตรีช่วยบรรเทา เยียวยารักษาหรือแม้แต่บ่อนทำลายจิตใจได้จริงๆนะ เลือกเอาเองละกันว่าจะฟังเพลงแนวไหน

รวมข้อมูลและแปลโดย 108toplist.com

Leave a Reply