เวรี่สตรอง!! : ทิป 58 ข้อที่จะทำให้คุณไร้ปัญหาสุขภาพ

เวรี่สตรอง!! : ทิป 58 ข้อที่จะทำให้คุณไร้ปัญหาสุขภาพ แปลจากต่างประเทศรับรองว่าเป็นความรู้ที่อัพเดทแล้วแน่นอน ถ้าอยากอ่านบทความสุขภาพ (ซึ่งเป็นความรู้ที่ถูกค้นพบในยุคปัจจุบัน) ก็ควรอ่านบทความนี้ได้เลย เพราะมีการค้นพบความรู้เรื่องสุขภาพใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ความรู้บางเรื่องในตำราเก่าจึงอาจใช้ไม่ได้ในปัจจุบัน บทความนี้จะช่วยอัพเดทความรู้เรื่องสุขภาพแน่นอน

เวรี่สตรอง!! : ทิป 58 ข้อที่จะทำให้คุณไร้ปัญหาสุขภาพ

1.การออกกำลังกายในวัยหนุ่มสาวจะช่วยสนับสนุนให้การทำงานของสมองดีขึ้นเมื่อเป็นผู้ใหญ่

2.ขี้หูจะช่วยป้องกัน เชื้อรา , แบคทีเรีย , แมลง และเศษขี้ผงเล็กๆ ที่สำคัญคือมันสะอาดไม่ได้เป็นสิ่งสกปรกอย่างที่หลายคนคิด และยังทำหน้าที่เป็นตัวหล่อลื่นช่องหูอีกด้วย

3.ฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลในร่างกายให้เป็นไขมัน จะถูกหลั่งออกมามากที่สุดในช่วงตอนเย็น

4.หากคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ทานอาหารไม่ถูกหลักทางโภชนาการ จะส่งผลเสียต่อผนังหัวใจของทารกในครรภ์

5.เมื่อร่างกายอยู่นิ่งๆเป็นเวลานาน สมองจะทำงานช้าลงเนื่องจากได้รับออกซิเจนน้อยลง

6.ชีพจรที่คุณสามารถสัมผัสได้จากข้อมือนั้นเกิดจาก จังหวะการเคลื่อนที่ของเลือดในเส้นเลือดแดง

7.อาการปวดคอสามารถเกิดจากความเครียดและความกังวลได้ด้วยนะ

8.ขิงสามารถลดอาการปวดกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายได้ 25%

*** ออกกำลังกายตอนเช้าขณะที่ท้องว่าง ***

9.การออกกำลังกายหลังจากตื่นนอนโดยที่ยังท้องว่างไม่ได้กินอะไรเลย จะช่วยเผาไขมันได้มากกว่าเดิม 20%

การออกกำลังกายตอนท้องว่างนี้มีฝรั่งหลายคนมาร่วมพิสูจน์เป็นหนูทดลองให้แล้ว แต่ว่าต้องทำตามเงื่อนไขดังนี้

– ตื่นนอนมาก็ห้ามทานอาหารเช้าแล้วไปออกกำลังกายได้เลย (ดื่มน้ำเปล่าได้ครับแต่อย่าให้เยอะเกินเดี๋ยวจุก)

– มันมีหลักฐานแล้วว่าหากออกกำลังกายในตอนมีไกลโคเจนเหลือน้อยลงร่างกายของเราจะมีประสิทธิภาพในการออกกำลังกายและเผาผลาญพลังงานมากกว่าในตอนที่มีไกลโคเจนเหลือเยอะจริงๆ ซึ่งก็เพิ่มขึ้น 20%

– ตับของเราจะเก็บไกลโคเจนไว้ 100 กรัม ซึ่งจะสลายไปเกือบหมดในตอนเช้า และจะเหลือไกลโครเจนในกล้ามเนื้ออีกประมาณ 400 กรัม สรุปว่าวิธีการออกกำลังกายก่อนอาหารเช้าจะใช้ประโยชน์จากการที่ร่างกายมีไกลโคเจนเหลือน้อยลงนั่นเอง

– มีระยะเวลาในการออกกำลังกาย 40-60 นาทีเท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่ไกลโคเจน 400 กรัมที่เหลือถูกเผาผลาญหมดแล้ว ห้ามออกกำลังกายเกิน 60 นาทีครับ หากออกกำลังกายตอนไกลโคเจนหมดแล้วร่างกายจะเริ่มสลายกล้ามเนื้อนะครับ

– ช่วงเวลาที่ตื่นมาออกกำลังกายควรห่างจากเวลากินอาหารเย็น 12-16 ชั่วโมง (เพราะตับจะเก็บไกลโคเจนได้นาน 12-16 ชม. แต่ไกลโคเจนที่ถูกเก็บไว้ในกล้ามเนื้อจะยังเหลืออยู่ครับ)

– ห้ามออกกำลังกายช้าหรือเร็วเกินไป ออกกำลังเร็วเกินแรงเกินก็ไม่ได้ผลอีก ถ้าจะวิ่งนอกบ้านก็วิ่งจ๊อกกิ้งธรรมดา อย่าวิ่งแข่ง 100 เมตร หรือจะเต้นแอโรบิก ก็อย่าเต้นเอาเองควรเต้นจังหวะเดียวกันกับที่ดูในวีดีโอ เพราะเทรนเนอร์เขาจะรู้จังหวะที่เหมาะสม มีจังหวะเร่งมีจังหวะผ่อนนั่นแหละดี แต่ผมว่าวิธีนี้ชัวร์กว่า เพราะจะได้ใช้ความเร็วที่ถูกต้อง

– สุดท้ายแล้วคุณต้องนับแคลอรี่สิ่งที่กินไปในแต่ละวันอยู่ดี ไม่ใช่ว่าออกกำลังเสร็จแล้วสั่งพิซซ่านี่ไม่รอดแน่ๆ

ปล.วิธีนี้คืออีกหนึ่งวิธีที่เผาผลาญไขมันได้เร็วมาก และเหมาะกับคนที่อยากออกกำลังกาย 1 ชั่วโมง แถมยังได้ผลมากกว่าเดิม 20% แต่ถ้าใครไม่ว่างตอนเช้าก็โยน 20% ทิ้งไปแล้วก็ออกกำลังกายตอนเย็นแทนได้ครับ ส่วนคนที่จะออกกำลังกายตอนเช้าแต่มีความจำเป็นต้องทานเข้าเช้าก่อนก็ไม่เป็นไรครับ สำหรับข้อ 9 นี้ผมแค่อธิบายว่า 20% ที่ได้นี้มันมายังไงเท่านั้นเอง ตราบใดที่คุณนับแคลอรี่และออกกำลังกายทุกวันไปเรื่อยๆเมื่อเวลามาถึงคุณก็จะเผาผลาญไขมันรอบพุงได้หมดอยู่ดีนั่นแหละ

10.การทานเนื้อมากๆจะทำให้แก่เร็ว

11.ศีรษะจะระบายอุณหภูมิความร้อนได้ดีพอๆกับร่างกาย

12.คนที่มีอาการซึมเศร้าจะเป็นหวัดบ่อยมากขึ้น ส่วนคนอารมณ์ดีจะมีภูมิต้านทานโรคหวัดและไข้หวัดใหญ่

13.การหัวเราะจะเพิ่มการทำงานของแอนตี้บอดี้ถึง 20% ช่วยฆ่าเชื้อไวรัสและเชื้อมะเร็ง

14.ผลไม้แบล็คเบอร์รี่ (blackberry) จะช่วยสมองในการจำข้อมูลใหม่ๆ

15.ในทุกครั้งที่คุณกินและดื่ม คุณกำลังเพิ่มโรคหรือไม่ก็กำลังต่อต้านมัน ดังนั้นจงเลือกกินให้ดีๆ

16.น้ำหนักของเราจะขึ้นๆลงๆ 2-5 ปอนด์ ตามปริมาณน้ำที่ดื่มไป ถ้าน้ำหนักขึ้นก็ไม่ต้องตกใจอาจเป็นเพราะดื่มน้ำเพียงพอ และที่สำคัญปริมาณน้ำหนักใช้วัดความอ้วนไม่ได้ ปริมาณไขมันรอบเอวต่างหากที่ใช้วัดความอ้วน

17.การรับประทานอาหารประเภทผักผลไม้เป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคหัวใจ

18.รังสี UV จำนวน 30-40% จะทะลุก้อนเมฆลงมา ถึงแม้จะเป็นแดดอ่อนๆ ก็มีรังสี UV นะ

19.การมีกล้ามซิกแพค ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณจะเป็นคนที่ มีความยืดหยุ่น , แข็งแรง , มีความทรหดอดทน , มีความเร็ว และมีสุขภาพดี

20.ถึงแม้อากาศจะหนาวหรือเป็นอากาศชื้น คุณก็ยังควรดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายของคุณชุ่มชื้นอยู่ดี

21.ผลการศึกษาพบว่าการทำงานหลังอายุ 65 ปี จะช่วยทำให้อายุยืนยิ่งขึ้น

22.การนั่งนิ่งๆแค่เพียง 1 วัน จะส่งผลเสียต่ออินซูลินในร่างกาย เพิ่มโอกาสป่วยเป็นโรคเบาหวานยิ่งขึ้น

23.ผู้ใหญ่จำนวน 5% ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ระวังให้ดีๆ

24.การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน มีส่วนช่วยให้กระบวนการสลายไขมันในร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น

25.มีการค้นพบว่า ตอนเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการจำถึง 35% มันเกี่ยวข้องกับสมองโดยตรงนะ ลองอ่านหนังสือสอบไปเคี้ยวไปก็ได้ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บกูเกิ้ลได้โดยค้นว่า Chewing gum improves memory นะครับ

26.การดื่มกาแฟตอนกลางวันจะช่วยลดอาการซึมเศร้า 20%

27.การนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อวันจะทำให้อายุสั้นลง

28.การไม่ออกกำลังกายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตมากพอๆกับการสูบบุหรี่

29.การทานอาหารเช้าหรืออาหารเย็นที่ภัตตาคารเป็นประจำจะเพิ่มความเสี่ยงในการเพิ่มความอ้วน ทำกินเองน่ะแหละดีแล้ว

30.การผายลมจะช่วยทำให้ความดันโลหิตลดลง ดีต่อสุขภาพมาก ควรหาจังหวะไปแอบตดบ่อยๆ

31.การนั่งอยู่กับที่เกิน 3 ชั่วโมงต่อวันเป็นประจำ จะทำให้อายุสั้นลง 2 ปี

32.มีโรคมะเร็ง 30% หลีกเลี่ยงได้ด้วยการไม่ดื่มเหล้า , ไม่สูบยาสูบ , ทานอาหารมีประโยชน์ , ออกกำลังกาย

33.การดื่มน้ำหวานกระป๋องเป็นประจำจะเพิ่มโอกาสป่วยเป็น เบาหวานประเภทที่ 2 มากถึง 22%

34.การเดินออกกำลังกายเป็นประจำจะลดโอกาสป่วยเป็นมะเร็งเต้านม 25%

35.การจมอยู่กับอารมณ์ซึมเศร้าเป็นประจำจะทำให้ร่างกายแก่เร็ว มีริ้วรอยเร็วขึ้น

36.คนขี้บ่นจะอายุยืนกว่าคนที่เก็บกดเอาไว้เพราะว่าได้ระบายความตึงเครียดไปแล้ว ซึ่งมันจะทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานดีมากขึ้น และทำให้สุขภาพดีขึ้น

37.คนชอบอ่านหนังสือจะมีอายุยืนมากกว่าคนที่ไม่ได้อ่านประมาณ 2 ปี

38.ในแต่ละปีทั่วโลกจะมีคนเสียชีวิตจำนวนมาก เพราะว่าผู้เห็นเหตุการณ์ที่เข้ามาช่วยส่วนใหญ่ทำการปฐมพยาบาลไม่เป็น บ้างครั้งก็ช่วยผิดวิธีจากที่ควรจะรอดเลยก็เสียชีวิต

39.การฝันเห็นเหตุการณ์ที่มีการใช้ความรุนแรงหรือเจอเรื่องรุนแรงเป็นประจำ เป็นสัญญาณว่าป่วยเป็นโรคสมอง รีบไปหาหมอด่วนเลย อย่ามัวเปิดเว็บทำนายฝัน

40.คนถนัดขวาจะอายุยืนกว่าคนถนัดซ้ายประมาณ 9 ปี

41.โรคเบาหวานคือสาเหตุทำให้คนตาบอดมากที่สุดในอเมริกา อย่าหาเรื่องป่วยเป็นโรคนี้เชียว

42.ทานช็อคโกแลตเป็นประจำจะทำให้ผิวสวยขึ้น

43.คนที่นั่งอยู่กับที่นานกว่า 23 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จะมีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคหัวใจมากขึ้น

44.ถ้าออกกำลังกาย 30-60 นาที หกวันต่อสัปดาห์ จะลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรถึง 40%

45.มูลนิธิของบิลเกต ใช้ทุนในการรักษาคนทั่วโลกมากว่าองค์กรดังๆหลายองค์กรเสียอีก

46.ในโยเกิร์ตมีแบคทีเรียที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแก่ระบบทางเดินอาหารอยู่จริงๆ มิได้เป็นแค่การโฆษณา

47.การรับประทานมาเขือเทศเป็นประจำสามารถป้องกันไม่ให้ผิวโดนแดดเผาได้ คนในบางประเทศเขากินมะเขือเทศในอาหารจานหลักเป็นประจำ ผิวขาวกันทั้งตัว ทั้งที่มีแสงแดดจ้าแทบตลอดทั้งปี

48.กลิ่นของต้นเสจ (Sage) สามารถลดความกังวลและความเศร้าลงได้

49.การแสดงความขอบคุณส่งผลทำให้จิตใจมีความสุขและสามารถลดอาการซึมเศร้าได้

50.การใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติก็สามารถเพิ่มความสุขได้จริงๆ

51.ข้าวโอ๊ตบดจะช่วยเพิ่มเซโรโทนิน และทำให้สมองสงบผ่อนคลาย และทั้งทำให้อารมณ์ดียิ่งขึ้น

52.แต่ละปีจะมีคน 4 พันล้านคนที่ต้องล้มป่วยเพราะยุง

53.การทานแอปเปิ้ลหลังตื่นนอนจะช่วยให้วิญญาณเข้าร่างได้ผลดีกว่าการดื่มกาแฟ

54.มะเขือเทศมีประโยชน์ต่อการบำรุงหัวใจและเลือดมาก นอกจากมีสีแดงเหมือนกันแล้วมะเขือเทศหนึ่งลูกยังมี 4 ส่วนเหมือนหัวใจอีกด้วย

55.การไม่หลับไม่นอนทั้งคืนจะทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่จำนวน 161 แคลอรี่

56.การนั่งเก้าอี้ตัวตรงนั้นไม่ดีต่อหลังของคุณ และเป็นสาเหตุทำให้ปวดหลังด้วย ถ้านั่งอยู่บ้านไม่ได้ไปออกงานที่ไหนก็ไม่ต้องนั่งตัวตรงหรอกครับมันเสียสุขภาพ

57.การนั่งฉี่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการเปิดตัวของกระเพาะปัสสาวะ แถมยังทำให้ประสิทธิภาพเรื่องเซ็กส์ดีขึ้นด้วยนะ ผู้ชายก็นั่งฉี่ได้ไม่แปลกหรอก

58.วิตามินจะทำให้คุณสุขภาพดีและต่อต้านโรคต่างๆ หาได้ในผักผลไม้ชนิดต่างๆ

รวมข้อมูลและแปลโดย 108toplist.com มีการตรวจสอบแล้วทุกข้อรับรองว่าเป็นเรื่องที่มีการเผยแพร่ในเว็บสุขภาพและเว็บวิทยาศาสตร์ชั้นนำในต่างประเทศแน่นอน

This entry was posted in Health.

Leave a Reply