40 ข้อที่ต้องรู้สำหรับใช้บอกทางเป็นภาษาอังกฤษ ซ้ายขวาหน้าหลัง

40 ข้อที่ต้องรู้สำหรับใช้บอกทางเป็นภาษาอังกฤษ ซ้ายขวาหน้าหลัง รวมไปถึงการถามทางเป็นภาษาอังกฤษด้วยนะ มีตัวอย่างคำศัพท์และประโยคบอกทางต่างๆเอาไว้ให้ไปใช้แต่งประโยคกันเองได้ตามสถานการณ์ต่างๆ รวมมาเยอะมากๆไปอ่านกันเลย

40 ข้อที่ต้องรู้สำหรับใช้บอกทางเป็นภาษาอังกฤษ ซ้ายขวาหน้าหลัง

*** คำศัพท์บอกทิศทางที่จำเป็น ***

1.คำว่า left แปลว่า ซ้ายมือ

2.คำว่า Right แปลว่า ขวามือ

3.คำว่า down แปลว่า ลง

4.คำว่า up แปลว่า ขึ้น

5.คำว่า through แปลว่า ผ่านไป

6.คำว่า turn แปลว่าเลี้ยว ยกตัวอย่างเช่น turn left ก็แปลว่าเลี้ยวซ้าย และ turn right ก็แปลว่าเลี้ยวขวานั่นเอง

7.คำว่า after that แปลว่าหลังจากนั้น หรือจะใช้คำว่า next ก็ได้

8.ประโยค It’s not far. แปลว่า มันอยู่ไม่ไกลหรอก

9.ประโยค It’s just around the corner. แปลว่า มันอยู่ตรงหัวมุมนี้แหละ

10.ประโยค It’s about a five minute walk. ใช้บอกระยะเวลาในการเดิน แปลว่า ต้องใช้เวลาเดิน 5 นาที

*** ใช้สถานที่หรือสิ่งก่อสร้างเป็นที่สังเกตุ ***

11.ประโยค You will see a large clock on the right. เป็นการบอกเขาว่า เขาจะได้เห็นนาฬิกาใหญ่จากทางด้านขวา

12.ประโยค You will pass a gas station. แปลว่าคุณจะต้องเดินผ่านปั๊มแก๊ส

*** ประโยคดีๆสำหรับบอกทาง ***

13.ประโยค It’s opposite แปลว่ามันอยู่ตรงข้าม ถ้ามันอยู่ตรงข้ามโรงเรียนก็บอกเขาไปว่า It’s opposite school. , It’s opposite the bank. อะไรอย่างนี้

14.ประโยค It’s on + ชื่อถนน แล้วเราก็บอกชื่อถนนเขาไป

15.ประโยค It’s near แปลว่าอยู่ใกล้ ถ้าอยู่ใกล้ร้านกาแฟ ก็บอกเขาไปว่า It’s near coffee shop

16.ประโยคเตือนว่าไปไกลเกิน If you pass the school you went too far. ถ้าผ่านโรงเรียนแสดงว่าคุณไปไกลเกินแล้วนะ

17.ประโยคเตือน It’s a very busy road. เป็นการบอกว่าถนนที่กำลังจะไปนั้นรถติดมาก

*** ในกรณีที่คุณไม่รู้ว่าจะบอกทางยังไง คือคุณก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ไหน ให้บอกคนที่มาถามทางอย่างนี้ ***

18.I’m sorry, I’m not from here. ขอโทษที ฉันไม่ใช่คนแถวนี้

19.I’m afraid I can’t help you. คงช่วยอะไรคุณไม่ได้

20.Sorry I don’t know my way around here. ขอโทษที ฉันไม่รู้ทางแถวนี้หรอก

*** เมื่อบอกทางไม่ได้เราควรให้คำแนะนำดังนี้ ***

21.You could ask the bus driver. คุณสามารถไปถามคนขับรถประจำทางได้นะ

22.Ask the front desk clerk. ไปถามพนักงานแผนกต้อนรับดูสิ (ตามห้างเขาจะมีเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์)

23.Follow me. I’ll show you the way. ตามมาสิฉันจะพาไปเอง (ใช้ในกรณีที่คุณไม่รู้จะบอกทางยังไงดี แต่คุณรู้อยู่แล้วว่าจะไปทางไหน และคุณอยากช่วยนำทาง)

24.Do you want me to draw you a map? แปลว่า อยากให้ฉันวาดแผนที่ให้มั๊ยล่ะ (ใช้ในกรณีที่คุณอยากวาดแผนที่ให้เขา ในกรณีที่บอกทางไปแล้วผู้ฟังก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ หรือเขาไม่ค่อยมั่นใจว่าจะไปถึงหรือปล่าว ก็วาดแผนที่บอกเขาไปเลย)

25.Sorry. You’ll have to ask someone else. ขอโทษที คุณต้องถามคนอื่นแล้วล่ะ

*** ประโยคบอกทางอีกกลุ่มนึง ใช้บ่อยเหมือนกัน***

26.Go past = ใช้บอกให้เดินผ่าน เช่น Go past the school. เป็นต้น

27.Go across = เดินทางข้ามอะไรบางอย่าง

28.Go straight on = ตรงไปนะอย่าเลี้ยว

29.Go through = เดินผ่านอะไรสักอย่าง เช่นอุโมงค์

30.เมื่อได้รับการขอบคุณหลังจากที่บอกทางให้เราพูดว่า You’re welcome.

*** ตัวอย่างประโยคสำหรับใช้ถามทาง เอาไปแก้ไขดัดแปลงเอาเองนะ***

ก่อนถามควรจะพูดทักทายตามมารยาทก่อนเช่น Hello! Good Afternoon! ตามด้วย Excuse me, could you help me? แล้วค่อยถามนะ

31.Where is the nearest supermarket? – ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ไกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน

32.Can you please tell me how I can get to Oxford Street? – ช่วยบอกทางไปถนนอ๊อกฟอร์ดหน่อย

33.Where is Mc Donalds can you tell me please? – จะไปร้านแมกโดนัลยังไง ช่วบบอกหน่อยได้มั๊ย

34.What’s the quickest way of getting to your office? – ทางไหนไปสำนักงานของคุณได้เร็วที่สุด

35.How do I get to your office? – ฉันจะไปสำนักงานจองคุณได้อย่างไร

36.May I ask you how to get to the Royal Museum? – ฉันขอถามวิธีเดินทางไปพิพิธภัณฑ์หน่อยได้มั๊ย

37.Where is Chinatown? Where am I on this map? – ไชน่าทาวน์อยู่ที่ไหน ตอนนี้ผมอยู่ตรงไหนของแผนที่

38.Which subway line should I take to get to the Rogers Centre? ทางรถไฟเส้นไหนที่ผมจะใช้เดินทางไป Rogers Centre ได้ครับ

39.Is there a restaurant near here? แถวนี้มีภัตตาคารอยู่ใกล้ๆมั๊ย

40.Where is the nearest drugstore, please? ร้านยาที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหน ได้โปรด

พออีกฝ่ายช่วยบอกทางให้เราให้แสดงความขอบคุณ Thank you very much , Thank you and have a nice day. อะไรอย่างนี้

จบแล้วจ้า รวบข้อมูลและแปลโดย 108toplist.com

Leave a Reply