50 เรื่องของ “เงิน” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

50 เรื่องของ “เงิน” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน สนุกมากๆมีหลายเรื่องเกี่ยวกับเงินที่ท่านทั้งหลายไม่เคยอ่านเจอที่ไหนแน่ๆ น่าสนใจมากๆทุกข้อเลยนะครับ อยากให้ได้อ่านกัน แปลที่นี่ที่แรกเลยครับสดใหม่ 100% แน่นอน

50 เรื่องของ “เงิน” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

1.เงินรุ่นแรกๆของโลกตั้งแต่สมัยโบราณ คือสัตว์จำพวก วัว ม้า อูฐ และอื่นๆนี่แหละ พวกนี้ถูกใช้แทนเงิน ใครที่เลี้ยงสัตว์พวกนี้ไว้เยอะคือเศรษฐีเลยล่ะ

2.ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ผู้คนใช้อะไรต่างๆมากมายมาเป็นเงินยกตัวอย่างเช่น สบู่ , เมล็ดโกโก้ , ขนที่หางช้าง , ช้างทั้งตัว , เมล็ดข้าว , หนังสัตว์ , ขนนก , ใบชา , ยาสูบ , เขี้ยวสัตว์ ปัจจุบันก็วิวัฒนาการไปไกลถึงขั้นใช้ เงินดิจิตอล จนเป็นเศรษฐีเงินล้านกันหลายคนแล้ว

3.ธนบัตรที่มีมูลค่ามากที่สุดของอเมริกาคือ ธนบัตรมูลค่า $10,000 เหรียญ มีให้ใช้จนกระทั่งปี ค.ศ.1945 ก็เลิกใช้กันไป ในปี 2009 พบว่ายังมีคนเก็บสะสมธนบัตรนี้อยู่แต่เหลือเพียงแค่ 336 ใบเท่านั้น

4.ต่อจากข้อ 3 ถึงแม้ว่าจะมีการยกเลิกการพิมพ์ธนบัตรที่ว่านี้ แต่ก็ยังสามารถเอาไปใช้ได้อย่างถูกกฎหมายอยู่ แต่จะมีมูลค่าลดลงจาก $10,000 ดอลล่าร์ เหลือเพียง $100 เท่านั้น

5.ประโยค “In God We Trust” ถูกใส่ในธนบัตรอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ.1956 ปัจจุบันยังมีอยู่รึเปล่านี่ไม่แน่ใจ ไม่เคยใช้แบงค์อเมริกาเหมือนกัน

6.ชาวโรมันคือคนกลุ่มแรกที่ปั้มหน้าบุคคลสำคัญลงบนเหรียญ และบุคคลสำคัญคนแรกของโลกที่มีหน้าตัวเองอยู่บนเหรียญก็คือ จูเลียส ซีซาร์ นั่นเอง

7.ชาวสุเมเรียน (Sumerian) เป็นชนชาติแรกที่ใช้เหล็กเป็นเงินตรา (ชื่อเงินคือ ingots) มีมูลค่าแตกต่างกันไปตามน้ำหนัก

8.ถ้าเอาธนบัตร 1 ดอลล่าร์มาเรียงกันเป็นระยะทาง 1 ไมล์ จะเป็นเงินทั้งหมด 14.5 ล้านดอลล่าร์

9.เหรียญที่เก่าแล้วจะถูกเอาไปหลอมไปทำเป็นเหรียญรุ่นใหม่

10.อับราฮัม ลินคอล์น คือบุคคลสำคัญคนแรกที่มีรูปใบหน้าของตัวเองอยู่บนเหรียญของประเทศอเมริกา

11.ในช่วงยุคกลาง พวกอัศวินมักไม่ชอบพกเงินติดตัวไปมากเพราะยุคนั้นมีโจรชุกชุมมาก ก็เลยใช้วิธีสวมแหวนประทับตราแทนการพกเงินเยอะๆ เวลาไป พักค้างคืนในโรงแรม พวกอัศวินก็จะใช้แหวนประทับตราลงไปในใบเสร็จ แล้วเจ้าของโรงแรมจะเอาใบเสร็จไปเบิกเงินค่าบริการที่ปราสาทอีกที

12.รูปนกอินทรีในเหรียญเงินของอเมริกานั้นมีต้นแบบมาจากนกที่ชื่อว่า “ปีเตอร์” ปัจจุบันยังมีการ “สตั๊ฟฟ์” ซากนกตัวนี้เอาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดูกันจนถึงปัจจุบัน

13.กระปุกรูปหมูออมสินน่าจะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ กระปุกหมูออมสินรุ่นแรกจะถูกปั้นมาจากดินเหนียว

14.ช่างที่มีหน้าที่แกะลายบนเหรียญในต่างประเทศ ต้องฝึกฝนฝีมือกันเป็น 10 ปีขึ้นไปกว่าจะได้รับการบรรจุให้เข้ามาทำงานนี้

15.คำว่า “bankrupt” ที่แปลว่าล้มละลายนั้น มีต้นกำเนิดมาจากภาษาอิตาลี

16.ในปัจจุบันบนโลกใบนี้มีตู้ ATM มากกว่า 1.6 ล้านตู้

17.วันศุกร์คือวันยอดนิยมที่ผู้คนจะมายืนต่อคิวหน้าตู้ ATM คนจะกดเงินจากตู้เฉลี่ยแล้วประมาณ 80 ดอลล่าร์ต่อคน

18.ที่ทวีปแอนตาร์กติกามีตู้ ATM เพียงตู้เดียวเท่านั้น

19.ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีจำนวนคนใช้งานเครดิตการ์ดและเดบิตการ์ดมากที่สุดในโลก

20.สมัยจีนโบราณจะมีการลงโทษคนที่ปลอมแปลงตั๋วเงินด้วยการควักหัวใจออกมา

21.ในปี ค.ศ.1817 ประเทศอังกฤษสั่งประหารด้วยการแขวนคอผู้ที่ทำการผลิตธนบัตรปลอมไปมากถึง 313 คน

22.รัฐบาลทุกประเทศมีวิธีหาเงิน 3 อย่างคือ 1.พิมพ์ขึ้นมา 2.กู้ยืม 3.ภาษี

23.การพิมพ์รูปต่างๆลงบนเหรียญเกิดขึ้นครั้งแรกในยุค 600 B.C. โดย อาณาจักรลิเดีย เป็นเหรียญที่ทำจาก electrum (โลหะผสมระหว่างทองและเงิน)

24.ตลาดหุ้นสหรัฐล่มครั้งร้ายแรงที่สุดในปี ค.ศ.1929 ทุกๆ 1,000 ดอลลาร์ที่ลงทุนไปจะมีมูลค่าเหลือ 108.14 ในปี ค.ศ.1932

25.มนุษย์ใช้การแลกเปลี่ยนสิ่งของมีค่า ในช่วงที่ยังไม่มีการคิดค้นระบบเงินตราขึ้นมา

26.เมื่อเอาแบงค์ 1 ดอลล่าร์มารวมกันจนมีมูลค่า 1 ล้านดอลล่าร์ แล้วเอาไปชั่งน้ำหนัก แบงค์ทั้งหมดจะมีน้ำหนักรวมกันได้ประมาณ 2,040.8 ปอนด์ แต่ถ้าเป็นแบงค์ 100 ดอลล่าร์ จะมีน้ำหนักรวมกัน 20.4 ปอนด์

27.สมัยโบราณมีการเอาเปลือกหอยทากในทะเลมาใช้แทนเงิน ยิ่งสวยยิ่งมีค่า

28.ในยุคแรกๆของโรมันมีการใช้เกลือแทนเงินด้วยนะ

29.คำว่า “salary” ที่แปลว่าเงินเดือนน่ะ มีที่มาจากคำว่า sal ซึ่งมีความหมายในภาษาลาตินแปลว่า “เกลือ” นี่แหละ

30.ในอดีตเมื่อโบราณนานมาแล้ว ชนเผ่าแยป (ปัจจุบันอยู่ในรัฐแยปของประเทศไมโครนีเซีย) จะใช้ก้อนหินขนาดใหญ่สลักเป็นรูปทรงเดียวกันกับโดนัท ใช้เป็นเงิน

31.คำว่า buck ที่แปลว่าเงินนั้น ถูกเอามาใช้ก่อนที่อเมริกาจะมีระบบเงินตรา โดยสมัยก่อนจะมีการใช้หนังกวางเอลก์ (buck แปลว่าหนังสัตว์) ใช้เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนก็เลยใช้คำว่า buck กันมาจนบัดนี้

32.ในกรณีที่ธนบัตรชำรุด เช่นไฟไหม้ โดนปลวกกิน ถ้ามันยังเหลือสภาพมากกว่า 50% ให้เอาไปแลกคืนได้เต็มจำนวน น่าจะทำได้สำหรับทุกประเทศนะ

33.ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เคย มีรูปใบหน้าอยู่บนเหรียญอเมริกาคือ Martha Washington

34.ในแต่ละปีมีการพิมพ์ธนบัตรสำหรับเล่นเกมเศรษฐีมากกว่าธนบัตรของจริงเสียอีก

35.หนึ่งในบรรดาเหรียญหายากราคาแพงที่สุดในโลกคือ “Liberty Head nickel” ในปี 2010 มีคนซื้อขายเหรียญนี้ในราคา 3,737,500 ดอลล่าร์ มีแค่ 5 เหรียญในโลกเท่านั้น

36.ในปี 2002 มีการวิจัยพบว่าบนธนบัตรมีเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆอยู่มากถึง 94% ของพื้นที่ทั้งหมดในธนบัตร

37.หินออบซิเดียน(หินจากภูเขาไฟ) คือเงินที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีการใช้เป็นเงินตราในพื้นที่ประเทศตุรกีตั้งแต่ยุค 12,000 B.C.

38.ถ้าคุณมีธนบัตร 1 ดอลล่าร์ จำนวน 10 ล้านใบ และเอามาใช้วินาทีละ 1 ใบ ต้องใช้เวลา 317 ปี กว่าจะใช้ได้หมด

39.เริ่มมีการใช้เงินที่ผลิตด้วยกระดาษเป็นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส ในช่วงศตวรรษที่ 18

40.มาพูดเรื่องเงินเปโซกันบ้าง คำว่า เปโซ ในภาษาเสปน แปลว่า น้ำหนัก ส่วนในภาษาอังกฤษแปลว่า เหรียญเงินที่มีมูลค่าแปดเรียล

41.ถ้าผู้ชายแต่งงานกับผู้หญิงที่มีรายได้มากกว่าตัวเอง ในระยะยาวอาจป่วยเป็น โรควิตกกังวล และนกเขาไม่ขัน มีโอกาสสูงที่เขาจะไม่ซื่อสัตย์เพียงเพื่อจะได้รู้สึกว่ากู้ความเป็นชายกลับคืนมา

42.ปัจจุบันมีผู้หญิง 40% มีรายได้มากกว่าสามี

43.ปัจจุบันเงินเกือบทั้งหมดบนโลกเป็นเงินกระดาษ (fiat money)

44.เริ่มมีการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐในปี ค.ศ.1785

45.การวิจัยพบว่าเศรษฐีส่วนใหญ่จะมีชีวิตเซ็กส์แบบการผจญภัย และมีคู่นอนมาแล้วหลายคน การวิจัยยังพบว่า ผู้หญิงจะสนุกกับเซ็กส์มากยิ่งขึ้นถ้าหากฝ่ายชายมีเงินมากกว่าตัวเอง

46.เริ่มมีการใช้บัตรเครดิตในช่วงปี ค.ศ.1920 โดยพวกโรงแรมนี่แหละที่เป็นคนออกบัตรให้ลูกค้าเอาไว้จ่ายค่าค้างคืน ต่อมาพวกบริษัทขายแก๊ส ห้างสรรพสินค้า ก็เริ่มออกบัตรซึ่งในได้กับธุรกิจของตัวเองเท่านั้น ต่อมาในช่วงปี 1950 ก็เริ่มมีบัตร Diner Card ซึ่งสามารถใช้ได้กับทุกร้านอาหารและโรงแรม และในปี ค.ศ.1951 ธนาคารทั้งหลายก็เริ่มให้บริการบัตรเครดิตที่ใช้งานได้ทุกที่

47.ชายชื่อ Walter Cavanagh มีฉายาว่า Mr. Plastic Fantastic. เขาเป็นเจ้าของบัตรเครดิต 13,000 ใบ ถือว่าเป็นคนสะสมบัตรเครดิตเอาไว้เป็นคอลเลคชั่นได้มากที่สุดในโลก

48.โดยเฉลี่ยแล้วคนอเมริกันเป็นหนี้บัตรเครดิตประมาณ 8 พันดอลล่าร์ และโดยเฉลี่ยแล้วพวกผู้ใหญ่มักมีบัตรเครดิต 8-10 ใบ กันเลย

49.แบงค์ดอลล่าร์ใบแรกของโลกนั้นไม่ได้พิมพ์ใบหน้า จอร์จ วอชิงตัน แต่ใช้ใบหน้าของ Salmon P. Chase (ประธานศาลสูงสุดคนที่หก)

50.ศัพท์แสลงสำหรับใช้เรียกแบงค์ดอลล่าร์ มีดังนี้ greenback, Washington, clam, buck , single

รวมข้อมูลและแปลโดย 108toplist.com

Leave a Reply