30 เรื่องน่ารู้ของ “ป๊อปคอร์น”

30 เรื่องน่ารู้ของ “ป๊อปคอร์น” หรือข้าวโพดคั่ว หนึ่งในของทานเล่นยอดนิยมของโลกใบนี้ ถึงแม้ว่าจะโด่งดังและเป็นที่นิยมไปทั่วโลกในยุคปัจจุบัน แต่อันที่จริง มนุษย์เริ่มทำป๊อปคอร์นกันมาเป็นพันปีแล้วนะ

30 เรื่องน่ารู้ของ “ป๊อปคอร์น”

1.คนอเมริกันกินป๊อปคอร์นปีละ 17 พันล้านควอร์ต

2.รัฐเนแบรสกาของอเมริกาผลิตป๊อปคอร์นประมาณปีละ 250 ล้านปอนด์ต่อปี ถือว่าเยอะกว่ารัฐอื่นในอเมริกามาก

3.ป๊อปคอร์นเป็นอาหารทานเล่นอย่างเป็นทางการในรัฐอิลลินอยส์ ประเทศอเมริกา ในรัฐนี้มีการจัดงานวันป๊อปคอร์นทุกปีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1958 จนถึงวันนี้

4.ป๊อปคอร์นที่ยังไม่ได้ผ่านขั้นตอนการประกอบอาหารควรเก็บไว้ในที่เย็นและแห้ง

5.ป๊อปคอร์นที่กำลังร้อนสามารถระเบิดและเด้งลอยกลางอากาศได้สูงถึง 3 ฟุตเลยทีเดียว

6.ในป๊อปคอร์นมีปริมาณโปรตีนมากกว่าอาหารซีเรียลชนิดอื่นๆ และมีปริมาณธาตุเหล็กมากกว่าในไข่ไก่ มีปริมาณไฟเบอร์มากกว่ามันฝรั่ง

7.ป๊อปคอร์นปริมาณแค่สองช้อน เมื่อเอาไปเข้าเครื่องทำป๊อปคอร์น ก็สามารถขายได้ 1 กล่องเล็กๆพอดี

8.ลักษณะรูปร่างของป๊อปคอร์น มีสองแบบคือ 1.snowflake (มีขนาดใหญ่ขายตามโรงหนัง) 2.mushroom (เหมือนเห็ด)

9.ในสมัยโบราณมีการใช้ทรายร้อนๆในการทำป๊อปคอร์น คือโยนมันลงในทรายร้อนๆไปเลย

10.คนที่ชอบกินป๊อปคอร์นจำนวน 70% ของอเมริกา ซื้อป๊อปคอร์นกลับไปกินที่บ้าน ที่เหลือซื้อไปกินที่โรงหนัง , สนามกีฬา และโรงเรียน

11.ส่วนใหญ่คนที่ซื้อกลับไปกินที่บ้าน มักจะทำป๊อปคอร์นด้วยตัวเอง

12.เมื่อดูจากปริมาณแล้ว “ป๊อปคอร์น” คืออาหารทานเล่นยอดนิยมอันดับหนึ่งของอเมริกา

13.ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่ป๊อปคอร์นขายดิบขายดีที่สุดของทุกๆปี

14.อเมริกาคือประเทศที่มีจำนวนคนนิยมกินป๊อปคอร์นมากที่สุดในโลก และป๊อปคอร์นส่วนใหญ่ที่วางขายไปทั่วโลกนั้นถูกผลิตที่อเมริกา

15.ในเมล็ดป๊อปคอร์นแต่ละเม็ดจะยังมีน้ำเหลืออยู่ในนั้นนิดหน่อย

16.ชาวอเมริกันชื่อ Perry Spencer คือผู้คิดค้นป๊อปคอร์นแบบใส่ในไมโครเวฟ

17.นักธุรกิจชาวอเมริกันชื่อ Charles Cretors คือผู้คิดค้น เครื่องผลิตป๊อปคอร์น ในปี ค.ศ.1893 (แบบที่เราเห็นเป็นตู้กระจกขายป๊อปคอร์น ตามห้างน่ะแหละ)

18.มีการค้นพบหลักฐานในประเทศเปรู พบว่ามนุษย์รู้จักการทำป๊อปคอร์น ตั้งแต่ 4700 ปี ก่อนคริสต์ศักราช

19.ชาวแอซเทคใช้ป๊อปคอร์นในงานพิธีต่างๆ ใช้ประดับผม ทำสร้อยคอ ใช้เป็นเครื่องประดับรูปปั้นเทพเจ้า

20.ในขณะที่ธุรกิจต่างๆอยู่ในสภาพย่ำแย่ในยุควิกฤติเศรษฐกิจโลกซึ่งเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1929 ธุรกิจขายป๊อปคอร์นกลับเติบโตขึ้นเรื่อยๆในยุคนั้น (สมัยนั้นป๊อปคอร์นมีราคาถุงละ 5-10 เซนต์ เท่านั้น คนนิยมกินเพราะมันประหยัด)

21.ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มีการขาดแคลนน้ำตาลในการทำของหวาน ป๊อปคอร์นจึงขายดีอย่างมากในยุคนี้

22.ในช่วงปี ค.ศ. 1950-1960 โทรทัศน์เริ่มเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ทุกคนซื้อโทรทัศน์ มานั่งดูรายการและดูหนังที่บ้านแทนที่จะไปโรงหนัง ทำให้ยอดขาย ป๊อปคอร์น ในยุคนั้นตกฮวบลงมา หลังจากนั้นก็เริ่มมีการผลิต ป๊อปคอร์น แบบให้ลูกค้ากลับไปทำเองที่บ้าน จนในที่สุดป๊อปคอร์นก็กลับมาขายดีอีกครั้ง

23.ป๊อปคอร์นนี่ห้อที่ขายดีที่สุดในโลกคือ Orville Redenbacher เจ้าของแบรนด์ชื่อ Orville เริ่มปลูกข้าวโพดสำหรับทำป๊อปคอร์นตั้งแต่ปี ค.ศ.1919 ตอนนั้นเขามีอายุแค่ 12 ปี เท่านั้น

24.ชาวอินเดียนแดงเชื่อว่ามีวิญญาณอยู่ในเมล็ดป๊อปคอร์น เวลาที่โดนความร้อนวิญญาณจะโกรธและเริ่มเด้งไปมา และระเบิดแตกออกกลายเป็น โกโก้ครั้นช์

25.เมื่อปี ค.ศ.1948 มีการค้นพบเศษป๊อปคอร์นที่เก่าแก่ที่สุด ในถ้ำค้างคาวในประเทศเม็กซิโก เชื่อกันว่ามีอายุมากกว่า 5,000 ปี

26.ที่ประเทศเปรูมีการค้บพบเมล็ดป๊อปคอร์น อายุราวๆ 1 พันปี ในสุสานแห่งหนึ่ง

27.ชนพื้นเมืองของอเมริกา ไม่ได้แค่กินป๊อปคอร์นเพียงอย่างเดียว ยังใช้เป็นส่วนผสมในเบียร์และซุปอีกด้วย

28.ในป๊อปคอร์น มีโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ อยู่จำนวนมากเลยทีเดียว ป๊อปคอร์นยังมีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของกระดูกและกล้ามเนื้อ และช่วยเรื่องการย่อยอาหารอีกด้วย

29.ป๊อปคอร์น 1 ถ้วย ให้พลังงาน 31 แคลอรี่

30.เริ่มมีการจำหน่ายป๊อปคอร์นตามโรงหนังตั้งแต่ ปี ค.ศ.1912 เป็นต้นมา

รวมข้อมูลและแปลโดย 108toplist.com

Leave a Reply