50 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “ไวน์”

50 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “ไวน์” ยังมีอีกมากมายหลายเรื่องที่เราไม่รู้มาก่อนเกี่ยวกับไวน์ คราวนี้แปลข้อมูลมาให้อ่านกันอย่างจุใจเอาไปเต็มๆ 50 ข้อ หลายข้อถูกแปลที่นี่ที่แรกแน่นอนจ้า

50 เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับ “ไวน์”

1.กลิ่นไวน์อ่อนฝรั่งจะเรียกว่า “aroma” ส่วนกลิ่นไวน์แก่ ฝรั่งเรียก “bouquet”

2.สีไวน์แดงมาจากผิวขององุ่นซึ่งเป็นผลจากกระบวนการหมักไวน์นั่นเอง

3.ผลงานวิจัยพบว่าการดื่มไวน์แต่พอดีจะช่วยลดโอกาสเป็นโรคหัวใจได้

4.ถึงแม้ว่าจะลดโอกาสเป็นโรคหัวใจแต่ “ไวน์” ก็เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคชนิดอื่นๆแทน เช่น มะเร็ง เป็นต้น แต่ว่าเพิ่มไม่มากนะครับ

5.ในซอสถั่วเหลืองมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าในไวน์ 10 เท่า

6.ไวน์แดงมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าไวน์ขาว

7.มีการขุดเจอขวดไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ประเทศเยอรมนี

8.แคลิฟอร์เนีย , นิวยอร์ก และ ฟลอริด้า คือ 3 รัฐที่มีการบริโภคไวน์มากที่สุดในประเทศอเมริกา

9.เฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนีย แค่รัฐเดียวก็เป็นแหล่งผลิตไวน์อันดับที่ 4 ของโลกแล้ว

10.แหล่งผลิตไวน์ 3 อันดับแรกคือ ฝรั่งเศส , อิตาลี , สเปน

11.นักชิมไวน์จะหมุนแก้วเพื่อให้กลิ่นไวน์ออกมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจะไม่รินใส่ไวน์ลงแก้วเกิน 1 ใน 3 ของพื้นที่ในแก้ว

12.ถ้าอยากรู้ว่าไวน์ที่ดื่มเป็นไวน์ที่ดีหรือไม่ให้ลองอมไวน์ไว้สักระยะแล้วค่อยกลืน ถ้ายังมีรสชาติติดอยู่ในปาก ถือว่าใช้ได้ ยิ่งรสชาติติดอยู่นานยิ่งเป็นไวน์ดี

13.ในสมัยโบราณในประมวลกฎหมายฮัมบูราบี มีบทลงโทษพ่อค้าที่ขายไวน์ปลอมด้วยการเอาไปถ่วงน้ำ ในแม่น้ำที่ไกล้ที่สุด

14.ในยุคกรีกโบราณมีธรรมเนียมที่เจ้าภาพงานเลี้ยงจะต้องเป็นคนแรกที่ดื่มไวน์เสมอ เพื่อแสดงให้แขกที่นั่งโต๊ะอาหารเห็นว่าในไวน์ไม่มียาพิษ

15.ถ้าไวน์มีรสชาติแหยะๆ แสดงว่าทำจากองุ่นที่เก็บมาในวันที่ฝนตก

16.สถานที่เก็บไวน์ที่แย่ที่สุดคือในครัวเพราะมีอุณหภูมิที่อบอุ่นเกินไป และในตู้เย็นก็เย็นเกินไปอีกด้วย

17.เป็นธรรมเนียมไปแล้วที่จะต้องเสริฟ์ไวน์อ่อนก่อนไวน์แก่ ไวน์ขาวก่อนไวน์แดง ไวน์รสอ่อนก่อนไวน์รสแก่

18.ผู้หญิงจะทำหน้าที่นักทดสอบไวน์ได้ดีกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงรับกลิ่นได้ดีกว่า

19.การจับแก้วไวน์ที่ถูกวิธีต้องจับที่โคนแก้ว เพื่อไม่ให้อุณหภูมิของมือไปทำให้อุณหภูมิของไวน์เพิ่มขึ้น

20.ไม่ใช่ไวน์ทั้งหมดในโลกหรอกที่จะมีรสชาติดีขึ้นตามกาลเวลา ไวน์ส่วนใหญ่นั้นพร้อมดื่มและจำหน่ายได้ทันทีหลังจากที่ผลิตแล้วด้วยซ้ำไป

21.ไวน์ในยุโรปจะถูกตั้งชื่อตามสภาพภูมิประเทศที่ใช้เป็นสถานที่ในการผลิต

22.ผู้หญิงที่ชอบดื่มไวน์แดงจะมีแรงขับทางเพศมากกว่าผู้หญิงทั่วไป

23.งานวิจัยในประเทศอิตาลีพบว่าผู้หญิงที่ดื่มไวน์อย่างน้อยวันละ 2 แก้ว จะมีความสุขสมในเรื่องเซ็กส์มากกว่า

24.ในปี ค.ศ.1988 ประเทศอิตาลีมีการตั้งองค์กรไวน์ซึ่งเป็นองค์กรสำหรับผู้หญิงเท่านั้น เป็นครั้งแรกของโลกเลยนะ

25.ผู้หญิงมักจะอ่อนแอต่อไวน์มากกว่าผู้ชาย เพราะความสามารถในการเผาผลาญแอลกอฮอล์มีน้อยกว่า

26.พวกคนมีความรู้ในกรีกโบราณมักจะมานั่งดื่มไวน์และแลกเปลี่ยนความรู้กัน

27.องุ่น 1 ตันใช้ผลิตไวน์ได้จำนวน 60 ลังเท่านั้น ก็ประมาณ 720 ขวด และในไวนืแต่ละขวดจะมีส่วนผสมขององุ่นประมาณ 2.8 ปอนด์

28.องุ่นไวน์คือเจ้าของสถิติผลไม้ที่ใช้พื้นที่ในการผลิตมากที่สุดในโลก

29.ในสมัยก่อนเมื่อนานมาแล้ว เขานิยมใช้หนังหมูเอามาผลิตภาชนะสำหรับขนส่งไวน์ (เรียกว่า Wineskins นะ ไปหาดูรูปในกูเกิ้ลได้เลย)

30.ตามธรรมเนียมมักนิยมเก็บไวน์โดยไม่ตั้งขวด แต่จะเอาขวดนอนเรียงกันให้ไวน์ในขวดสัมผัสกับจุกขวดตลอดเวลา เพื่อไม่ให้จุกขวดไวน์แห้งและมีกลิ่น (แต่ถ้าเป็นจุกขวดไวน์ในสมัยใหม่ที่ทำจากโลหะต่างๆ ก็สามารถเก็บไวน์โดยตั้งขวดได้)

31.ในยุคเริ่มแรกของโรมัน มีกฎหมายไม่ให้ผู้หญิงดื่มไวน์และอนุญาตให้สามีหย่าหรือฆ่าภรรยาที่แอบดื่มไวน์ได้

32.ปกติแล้วไวน์ 1 แก้ว (เมื่อรินไวน์จำนวน 1 ใน 3 ของแก้วไวน์) เมื่อดื่มแล้วจะให้พลังงาน 110 แคลอรี่

33.เมื่อไวน์แดงมีอายุมากขึ้นสีจะจางลง

34.เมื่อไวน์ขาวมีอายุมากขึ้นสีจะเข้มขึ้นเรื่อยๆ สามารถมีสีคล้ายสีทองหรือสีน้ำตาลปนเหลืองได้

35.ไวน์ส่วนใหญ่มีรสชาติผลไม้

36.ไวน์ที่มีรสชาติเหมือนองุ่นจะหายากมาก ไวน์ที่มีรสชาติองุ่นก็มี ไวน์ Muscat (ตั้งชื่อตามเมืองหลวงของประเทศโอมาน) และ ไวน์ Concord (ทำจากองุ่นสายพันธุ์ Concord) เป็นต้น

37.เมื่อทานอาหารและตามด้วยดื่มไวน์ เราจะได้พบกับรสชาติที่ 3 ไปลองดูได้เลย

38.ที่ยุโรปบางบ้านใช้ไวน์เป็นส่วนผสมหลักในการทำอาหารด้วยซ้ำไป

39.เยอรมันคือประเทศที่คิดค้นไวน์ Eiswein ซึ่งทำจากองุ่นแช่แข็ง

40.คำว่า “แชมเปญ” มีที่มาจากจังหวัดหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส

41.แชมเปญคือไวน์แบบมีฟองหรือที่เรียกอีกชื่อว่า “Sparkling wine”

42.ดินแดนในทิศตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสเริ่มผลิตไวน์กันมาตั้งแต่ยุคโรมันเลยทีเดียว

43.ภาษากรีกเรียกไวน์ว่า “Oinos” ภาษาโรมันมีคำใช้เรียกไวน์ 4 คำ คือ “in, vino, vina, vinho”

44.องุ่นคือผลไม้ชนิดเดียว ที่มีสารอาหารบนเปลือก เอาไว้เลี้ยง “ยีสต์” และมีน้ำตาลอยู่ในน้ำหวานของมันซึ่งทำให้เกิดกระบวนการหมักตามธรรมชาติ

45.ในสมัยโบราณ พ่อค้าชาวกรีกจะใช้ไวน์ในการแลกเปลี่ยนกับโลหะต่างๆ ส่วนพวกชาวโรมันจะใช้ไวน์ในการซื้อทาส

46.ในยุคอียิปต์โบราณ ใครที่สามารถเก็บไวน์จนมีอายุมากได้จะถูกเรียกว่า นักเล่นแร่แปลธาตุ และต้องทำงานให้ฟาโรห์เท่านั้น

47.หลักฐานการผลิตไวน์ที่เก่าแก่ที่สุด ถูกขุดพบที่ประเทศตุรกี (8,000 ปีก่อนคริสตกาล)

48.เหยือก “Amphora (ที่มันมีหูจับซ้ายขวาอะ)” คือภาชนะที่คนสมัยโบราณใช้ในการบรรจุไวน์

49.”เพลโต” นักปรัชญาชาวกรีกโบราณ แสดงความเห็นว่าพวกวัยรุ่นควรเริ่มดื่มไวน์ในตอนที่อายุ 18 ปีขึ้นไปและดื่มในปริมาณที่จำกัดเท่านั้น

50.”Oenophobia” คือโรคกลัวชนิดหนึ่ง (โรคกลัวไวน์นั่นเอง)

รวมข้อมูลและแปลโดย 108toplist.com

Leave a Reply